Showing posts with label มีมติ. Show all posts
Showing posts with label มีมติ. Show all posts

Friday, January 24, 2014

ศาลรธน.มีมติ 8 : 0 เลื่อนเลือกตั้งได้ ให้นายกฯ-กกต.หารือร่วมกัน - ปิยบุตรแนะ "นายก" อย่าเลื่อน "โหวต"

- 0 comments

วันที่ 24 ม.ค. จากกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องวินิจฉัย พิจารณาเรื่องวันเลือกตั้ง ตามที่กกต.ได้ยื่นเรื่อง เนื่องจากเห็นว่า คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกามีความเห็นขัดแย้งกัน ว่าควรให้จัดเลือกตั้งอยู่หรือไม่ ในสภาวะทางการเมืองที่ไม่ปกติ มีการชุมนุมปิดกรุงอยู่ขณะนี้ ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการแจกเอกสารชี้แจงคำวินิจฉัยกรณีดังกล่าว โดยเผยว่า ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์ 8 ต่อ 0 โดยการเลื่อนเลือกตั้งสามารถทำได้ โดยเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีและประธานกกต. ต้องร่วมกันหารือกันเพื่อออกพ.ร.ฎ.เลือกตั้งใหม่

 ต่อมา ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักวิชาการกลุ่มสปป. หรือ สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย  โพสต์แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า "ได้อ่านเอกสารที่ สนง.ศาลรธน. เผยแพร่ มี ๓ หน้า แล้ว พบว่า ศาล รธน "มั่ว" อีกแล้วครับ  ๑. ใช้มุขเดิม เขียนคลุมๆว่าทำได้ แต่ไม่บอกว่า มาตราไหน บทบัญญัติใด  ๒. ไปอ้างเรื่องการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ตอนปี ๔๙ ซึ่งคนละเรื่อง ครั้งนั้น เลือก ๒ เมษา แล้วศาล รธน และศาลปกครอง มาเพิกถอนการเลือกตั้งทั้งประเทศ เลยต้องแก้ พรฎ ใหม่ กำหนดวันที่ ๑๕ ตค ๔๙ แทน

 "ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของพวก "นักร้อง" ของ สว และ ปชป ที่จะไปเสนอคำร้องตามองค์กรอิสระต่างๆ รวมทั้งคำร้องเก่าๆที่คาไว้อยู่ เพื่อ "เชือด" รัฐบาลรักษาการ

 "นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องยืนกรานไม่เลื่อนเลือกตั้ง นะครับ ศาลรัฐธรรมนูญ กับ กกต อยากเลื่อนให้ไปหาวิธีเลื่อนกันเอง เพราะนายกฯไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเลื่อนได้ ที่ศาล รธน บอกว่าเลื่อนได้ในประเด็นแรกนั้น ศาล รธน ก็ไม่ได้บอกว่ารธน. มาตราไหน และตัวอย่างที่ศาลรธน. ยกมา ก็ผิดด้วย

 "ศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้ ชอบทิ้ง "เชื้อ" ไว้ ไม่ยอมวินิจฉัย ไม่กำหนดคำบังคับ ไม่สั่ง แต่ทำทีเป็น "แนะนำ" ประจำ ก่อนหน้านั้น ก็เรื่องแก้ รธน วันนี้ ก็มาฟอร์มนี้อีกแล้ว"

 จาก : ‘ข่าวสดออนไลน์’ 

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

 

 
 
 
[Continue reading...]

Monday, August 19, 2013

ประชาธิปัตย์ ฝ่ายค้านมืออาชีพหรืออาชีพฝ่ายค้าน ?

- 0 comments
เห็นข่าวที่ทางพรรคประชาธิปัตย์ มีผลการประชุม สส.มีมติเรียกร้องให้ประธานสภาเปิดโอกาสให้ สส.ฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้อย่างเต็มที่

จากข่าว ถ้าการเรียกร้องจากความบริสุทธิ์ใจ ปราศจากความอคติ ทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน นั่นคือการทำงานของฝ่ายค้าน คือการทำหน้าที่ควรจะเป็น

เพราะแน่นอนที่สุดในสภาจะแบ่งเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายตรวจสอบ

ในความเป็นจริง ฝ่ายค้าน จะต้องค้านทุกเรื่องที่รัฐบาลเสนอมาหรือไม่ คำตอบคือไม่ใช่

ถ้าสิ่งใดที่มีประโยชน์ต่อประชาชน ฝ่ายค้านก็ควรจะสนับสนุนและช่วยกันชี้แนะข้อบกพร่องที่จะเกิดขึ้น

พรรคประชาธิปัตย์ได้ชื่อว่า ฝ่ายค้านมืออาชีพ

คำนี้แปลได้ 2 ความหมายด้วยกันคือ
1.ทำหน้าที่ค้านอย่างมีคุณภาพ
2.ทำหน้าที่ค้านเพราะทุก ๆ ครั้งที่ได้รับการเลือกตั้งไม่สามารถเอาชนะอีกฝ่ายหนึงได้ เลยต้องทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

สำหรับการทำหน้าที่ค้านอย่างมีคุณภาพนั้นไม่ค่อยได้เห็นมากนักเพราะภาพที่เห็นการเมืองของไทยที่ผ่านมา คือค้านเพราะเรื่องนั้นไม่ใช่ฝ่ายตนเสนอ ค้านไว้ก่อนเผื่อว่าฝ่ายตนเองได้เป็นรัฐบาลจะได้หยิบเรื่องนั้นมาทำ

เพราะถ้าให้ทำในขณะที่ตนเป็นฝ่ายค้าน  ตนก็จะไม่ได้ชื่อเสียงและผลงานและอาจจะไม่ได้เงิน

ดูจากการอภิปราย การแปรยัติงบประมาณที่ผ่านมา ถือว่าประธานสภาให้ทำหน้าที่ (เกิน) เต็มที่เพราะได้ตั้งกรอบเวลาจะแล้วเสร็จภายใน 2 วัน ถ้าคิดเป็นเวลา ประมาณ 30 ชั่วโมง แต่ครั้งนี้ ใช้เวลา ถึง 4 วัน 3 คืน ใช้เวลาไป 57 ชั่วโมง กินเวลา เกือบเท่าตัว พิจารณาได้เพียง 17 มาตราเท่านั้นยังได้ไม่ถึงครึ่งทาง เพราะมีทั้งหมด 35 มาตรา

การใช้เวลาอภิปรายกันทั้งวันทั้งคืน ได้ประโยชน์อะไร เนื้อหาสำคัญไม่จำเป็นต้องใช้เวลามากจนเกินไป กระชับแต่พอดี ๆ

ทั้งผู้พูด และผู้ฟังอ่อนล้าไปตาม ๆ กันขนาดผู้ที่ทำหน้าที่ประธานถึงกับอาเจียนออกมา

นั่นคือเกินความพอดี

ยื้อเวลาออกไปเพื่ออะไร....คนที่ตอบได้อย่างชัดเจน ก็คงจะเป็นคนในพรรคประชาธิปัตย์

การยื้อเวลาออกไปไม่ใช่เพราะมุ่งที่พ.ร.บ.งบประมาณเพราะถ้าไม่ผ่าน จะมีผลกระทบต่อการเบิกจ่ายงบประมาณที่กำลังจะมาถึง

แต่เป้าหมายของพรรคประชาธิปัตย์ อยู่ที่การพิจารณากฏหมายฉบับอื่น ๆ ที่รอเข้าพิจารณาเช่น พ.ร.บ.นิรโทษ วาระ 2 -3 การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท

เพราะเป็นสิ่งที่ทางพรรคประชาธิปัตย์ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะต้องขัดขวางให้ได้

แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะเห็นว่า หลาย ๆ มาตราในรัฐธรรมนูญฉบับปี 50ไม่เป็นประชาธิปไตย และ ขัดขวางขบวนการทางประชาธิปไตย แต่ประชาธิปัตย์กลับเห็นเป็นตรงกันข้าม

พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับ วรชัย เหมะที่ผ่านวาระแรก ที่กำลังอยู่ในชั้นกรรมาธิการ ประชาธิปัตย์กลับมองเป็น กฏหมายล้างผิด ให้กับคนบางคน ทั้งที่เป้าหมายคือ นิรโทษให้กับผู้ร่วมชุมนุมทุกสีเสื้อ

พ.ร.บ. กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ที่จะมาพัฒนาระบบการขนส่งพื้นฐาน ซึ่งจะเกิดประโชน์กับคนส่วนใหญ่ของประเทศ (ก็คือคนทั้งหมด) ประชาธิปัตย์ไม่ได้มองถึงการที่ประเทศไทยจะได้รับการพัฒนาเพื่อที่จะรองรับกับการเข้าสู่  AEC  ที่จะมาถึงใน ปี 58 แต่กลับเห็นว่า ส่อให้เกิดการโกงกันอย่างมโหฬาร

นี่คือการค้านแบบมีนัยแอบแฝงหรือการค้านเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ

เป็นโจทย์ที่ผู้ทำหน้าที่ฝ่ายค้านจะต้องมีคำตอบให้กับสังคม

เพราะประเทศเป็นของคนทุกคนไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง ของพรรคใดพรรคหนึ่ง

ทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน หรือเพื่อประโยชน์ของตน คำตอบคนส่วนใหญ่ก็เห็น ๆ กันอยู่แล้ว

การออกมาเรียกร้องต่อประธานสภา ที่จะขอทำหน้าที่ให้เต็มที่

ให้มากกว่าครั้งที่ผ่านมา คือไม่ได้หลับนอน

ครั้งนี้จะว่ากันขนาดไหน ถึงขนาด สส.ทุกคนไม่ต้องกลับบ้าน กินนอนขนเสื้อผ้ามาอยู่ที่สภาเลยหรือไม่

หรือจะทำหน้าที่ให้สมกับคำว่า "ฝ่ายค้านมืออาชีพ" จริง ๆ




[Continue reading...]
 
Copyright © . Yak Ratchaprasong - Posts · Comments
Theme Template by BTDesigner · Powered by Blogger