Showing posts with label ศาลปกครอง. Show all posts
Showing posts with label ศาลปกครอง. Show all posts

Friday, September 20, 2013

“ศรรักษ์” กวป. ยื่นหนังสือทวงถามศาลปกครองถึงความรับผิดชอบ

- 0 comments
จากการที่มีฝนตกหนักทั่วประเทศ จนมีน้ำไหลท่วม ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน

“ศรรักษ์” ยื่นหนังสือทวงหาความรับผิดชอบจากศาลปกครองกรณีสั่งชะโครงการน้ำ 3.5 แสนล้าน ซึ่งเป็นต้นเหตุของความเดือดร้อนดังกล่าว
เมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ศาลปกครอง   ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า เมื่อเวลา 10.30 น. นายศรรักษ์ มาลัยทอง โฆษกกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือ กวป. ได้เดินทางมาเพื่อติดตามความคืบหน้าหลังจากได้ยื่นหนังสื่อทวงถามหาผู้รับผิดชอบกับเหตุการณ์น้ำท่วม หลังจากที่ศาลปกครองรับคำร้องของนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนและมีคำวินิจฉัยชะลอโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทของรัฐบาล พร้อมกับให้ทำประชาพิจารณ์มาก่อน ซึ่งทางกวป.ได้ทำหนังสือถึงเหตุผลว่าการที่รัฐบาลได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชน แต่ดำเนินการอะไรไม่ได้ เพราะมีคำสั่งชะลอ ซึ่งขณะนี้ส่งผลให้ประชาชนเกิดความเดือดร้อน ดังนั้นที่มาครั้งนี้ก็เพื่อมาทวงถามถึงความรับผิดชอบเพราะเกิดความเสียหายแล้ว ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบระหว่างนายศรีสุวรรณ กับตุลาการศาลปกครอง
คลิกดูรายละเอียดของข่าวเพิ่มเติม  จากเดลินิวส์

คลิกดูวีดีโอที่เกี่ยวข้อง

[Continue reading...]

Wednesday, July 24, 2013

เมื่อศาลปกครองกลางใช้ “หลักการป้องกันล่วงหน้า” พิพากษา ให้รัฐนำ “แผนน้ำ" ใช้เงินกู้ 3.5 แสนล้าน กลับไปรับฟังความเห็นจาก ปชช.

- 0 comments
จากคำสั่ง ศาลปกครองฯ ให้รัฐ  นำ “แผนน้ำ" ใช้เงินกู้ 3.5 แสนล้าน กลับไปรับฟังความเห็นจาก ปชช. โดยการยื่น ฟ้องของนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านภาวะโลกร้อน ทำให้เกิดความสงสัยจากประชาชน ถ้ากรณี "น้ำท่วม" อีกจะทำอย่างไร

แม้ว่าโครงการ บริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ของรัฐบาล ยังไม่ได้เริ่ม เพียงอยู่ในขั้นการดำเนินการจัดหาผู้ที่จะรับเหมาทำโครงการ แต่ศาลปกครองใช้  "หลักการป้องกันล่วงหน้า" ในการพิจารณาคดี ซึ่ง มีคำถามว่า "ศาลปกครอง" ทราบได้อย่างไร ว่า "การดำเนินการของรัฐบาล จะก่อนิติสัมพันธ์จนสร้างความเสียหายต่อประเทศในอนาคตอันใกล้ "

โครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านของรัฐบาล ก็เป็นการ "ป้องกันล่วงหน้า" ที่จะเกิดขึ้นจริง จะเห็นได้จากความเสียหายของน้ำท่วม ปี 54 นั้นประเมินมิได้

และถ้าหาก "น้ำ" เกิดท่วมอีก เมื่อ "ศาล" สามารถใช้ "หลักการป้องกันล่วงหน้า" ศาลจะป้องกันน้ำท่วมอย่างไร

ตั้งแต่ต้นเดือน กรกฎาคม จนถึง วันที่ 23 กรกฎาคม 2556  มีฝนตก และเกิดน้ำท่วม หลายจังหวัด นี่ขนาด เบาะ ๆ

ถ้าหาก เจอ มรสุมขนาดใหญ่ ซึ่งประเทศไทยอยู่ในร่องมรสุม มีฝนตกทั่วไปจนไม่สามารถ ระบายน้ำได้ "ศาล" จะมีวิธีการป้องกันอย่างไร จะสั่งให้ "ฝนหยุดตก น้ำหยุดท่วม" ได้มั๊ย

ความเสียหายที่ทางศาลคาดคะเนย์ ล่วงหน้าว่าจะเกิด จากโครงการนี้ ตามพรรคฝ่ายค้านออกมาบอกว่าจะมีการโกงกินกันอย่างมโหฬาร จนสมาคมสภาวะโลกร้อนออกมาต้าน "เพราะกลัวโลกจะร้อน" เลยอยากให้น้ำท่วม  กับความเสียหาย "ถ้าน้ำท่วม" อย่างปี 54 อย่างไรมากกว่ากัน

การทุจริต สามารถป้องกันได้ แต่"น้ำท่วม" จะป้องกันอย่างไร เพราะภาวะการณ์จากอดีตถึงปัจจุบัน "ไม่สามารถ" ป้องกันน้ำท่วมได้

หรือจะให้ "น้ำท่วม" อีกครั้งจึงจะพอใจ
[Continue reading...]

Friday, July 12, 2013

กมธ.ส.ว. "ชง" ผู้ตรวจการแผ่นดิน-ศาลปค."ล้ม เมกะฯน้ำ 3.5 แสนล้าน"

- 0 comments

ดาหน้ากันออกมาเป็นระลอกในการคัดค้านโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาล ขนาดยังไม่เริ่มโครงการ คนกลุ่มนี้ เก่ง "ดุจเทวดา" สามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่า "ส่อ" โกง

รับช่วงไม้ต่อ จากกลุ่มสมาคม ต่อต้านสภาวะโลกร้อน ประชาธิปัตย์ ที่ส่งต่อให้ศาลปกครองสกัด  ไม้ต่อไปคือผู้ตรวจการฯ

องค์กรเหล่านี้ ออกมาขัดขวางการพัฒนาประเทศโดยเฉพาะ

ถ้าหากมีน้ำท่วม ขณะที่โครงการ "น้ำ" ถูกเตะสกัดอยู่แบบนี้ ใครจะรับผิดชอบ

จะมาตะโกนว่ารัฐบาลไม่หาทางป้องกันไม่ได้...เขาจะทำ..แต่เจอ...หลายฝูงคอยขัดขวาง

ประเทศจะเดินหน้าได้อย่างไร

ต่อไปก็คงจะเป็น โรงการพัฒนาการขนส่ง 2 ล้านล้าน...ที่จะจ้องกระโดออกมาขวางอีก

เนื้อข่าวจาก ไทยรัฐ

กมธ.สอบทุจริตฯ ส.ว. ชงผู้ตรวจฯ ฟ้องศาลปค. ล้มเมกะ พ.ร.ก.น้ำ 3.5 แสนล้าน เหตุ ส่อขัด รธน.และพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2542 เหตุโครงการ ไม่มีราคากลาง

วันที่ 11 ก.ค. ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการตรวจสอบการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา นำโดย น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ แถลงว่าจากการที่คณะกรรมาธิการตรวจสอบเรื่องนี้ พบว่า การดำเนินโครงการไม่มีการประกาศราคากลางตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และการทำสัญญาเงินกู้เงิน กับ ธนาคาร ภายหลังศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้ระงับ โครงการเอาไว้ก่อน จนกว่าจะมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรคสอง ก็อาจจะขัดกับ พ.ร.ก. ดังกล่าวด้วย

ทั้งนี้ การเบิกจ่ายเงินตาม พ.ร.ก. ก่อนหน้านี้ พบว่า มีจำนวนประมาณ 2 หมื่นล้านบาท โดยนำใช้ไปศึกษาวิจัยพันธุ์สัตว์น้ำ ซึ่งไม่เกี่ยวกับการก่อสร้างของโครงการ ดังนั้น คณะกรรมาธิการฯ เห็นว่า จะทำจดหมายถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อฟ้องต่อศาลปกครอง ให้เพิกถอนโครงการก่อสร้างระบบการบริหารจัดการน้ำ ตามพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำ และสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 จำนวน 3.5 แสนล้านบาท ทั้งหมด เพื่อป้องกันความเสียหาย แต่หากผู้ตรวจการแผ่นดิน ล่าช้า คณะกรรมาธิการฯ จะพิจารณาส่งเรื่องไปยังศาลปกครองโดยตรง

ด้าน พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ ส.ว.สรรหา ในฐานะกรรมาธิการ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการฯ จะมีการยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบจริยธรรมด้วย เนื่องจากพฤติการณ์ดังกล่าว อาจเข้าข่ายละเมิดประมวลจริยธรรมของข้าราชการ ประจำและข้าราชการการเมือง ซึ่งอยู่ในขอบเขตที่ ผู้ตรวจการแผ่นดิน สามารถดำเนินการได้
[Continue reading...]

Thursday, July 4, 2013

"น้ำท่วมอีกจะโทษใคร สมาคมต่อต้านภาวะโลกร้อน ศาล ...เรื่องแค่นี้ยอมไม่ได้หรืออย่างไร

- 0 comments
 

รายการ The Daily Dose ประจำวันที่ 4 กรกฎาคม 2556 หม่อมปลื้มจัดหนัก


       ศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน จะนำคำสั่งศาลปกครอง กรณีมีคำสั่งให้นายกรัฐมนตรี และพวกนำแผนบริหารจัดการน้ำทั้ง 10 โมดูล ไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และผู้มีส่วนได้เสียตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 57 วรรคสอง และมาตรา 67 วรรคสอง ก่อนจะดำเนินการว่าจ้างออกแบบในแต่ละโมดูล ต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ถอดถอนนายกรัฐมนตรี และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี....
[Continue reading...]

Friday, June 28, 2013

เครือข่ายลุ่มน้ำภาคเหนือ แถลงการณ์ขอบคุณเอ็นจีโอเกาหลีแฉเค วอเตอร์ เชื่อคำสั่งศาลปกครองทำโครงการน้ำโปร่งใสขึ้น

- 0 comments
         วันที่ 28 มิ.ย. 56 นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา ผู้ประสานงานเครือข่ายลุ่มน้ำภาคเหนือ  เปิดเผยว่า กลุ่มภาคประชาชนในนาม ในนามเครือข่ายภาคประชาชนลุ่มน้ำต่างๆ ในประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ขอบคุณสหพันธ์สิ่งแวดล้อมเกาหลี  (KFEM) ในการเปิดเผยข้อมูลนำทางตรวจสอบต่อภาคเอกชนในโครงการ จัดการน้ำในประเทศไทย โดยได้จัดส่งผู้แทนเดินทางมายัง ประเทศไทย เพื่อดูพื้นที่โครงการและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ปัญหาและผลกระทบทั้งทางสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งอธิบายข้อมูลของบริษัทเควอเตอร์  ในประเทศเกาหลีใต้ให้ประชาชนไทยได้ รับทราบ
        นายสมเกียรติ กล่าวอีกว่า นับตั้งแต่รัฐบาล ไทย ประกาศนโยบายบริหารจัดการน้ำ และกับเดินหน้าในแผนงานต่างๆโดยไม่เปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นที่ มีส่วนได้ส่วนเสียหรือภาคประชาชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมเลย ทำให้พวกเรารู้สึกกังวลใจต่อโครงการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยเขื่อนหลายสิบแห่ง พื้นที่แก้มลิงนับล้านไร่ และฟลัดเวย์ระบายน้ำพาดผ่านพื้นที่ 7 จังหวัด  เป็นระยะทาง เกือบ 300 กม.  ซึ่งเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ มีพื้นที่โครงการครอบคลุมหลายสิบจังหวัด โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคกลาง และตะวันตก ทั้งนี้บริษัทเค วอเตอร์ ซึ่งชนะการประมูลใน 2 แผนงาน มีวงเงินประมาณ 1.63 แสนล้านบาท ถือว่าเป็นสัดส่วนมากที่สุดของบรรดาผู้ชนะการประมูลทั้งหมด ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่สังคมไทยต้องทำความรู้จักบริษัทแห่งนี้ ซึ่งการนำเสนอข้อมูลของผู้แทน KFEM ในครั้งนี้ ทำให้สื่อมวลชนไทย ได้นำเสนอข้อเท็จจริงอีกด้านหนึ่ง ที่ไม่เคยปรากฎให้สังคมไทยทราบมาก่อน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการตรวจสอบและสร้างความโปร่งใส ต่อโครงการฯ และเป็นช่องทางในการสร้างบรรยากาศของประชาธิปไตยอย่างมีส่วนร่วมอย่างแท้ จริง
       ผู้ประสานงานเครือข่ายลุ่มน้ำภาคเหนือ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา การที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งชะลอโครงการจนกว่าจะมีเสร็จสิ้นกระบวนการรับฟัง ความคิดเห็นจากประชาชนและการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ก่อน ถือว่าเป็นข่าวดีที่ทำให้พวกเรามีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นว่าจะทำ ให้ การดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำนี้ มีความโปร่งใส รับผิดชอบ มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่สูงขึ้น ยึดตามหลักการของรัฐธรรมนูญของประเทศไทย และสร้างกระบวนประชาธิปไตยมากให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น เพราะระบบนิเวศและสิ่ง แวดล้อมไม่มีพรมแดน.
[Continue reading...]
 
Copyright © . Yak Ratchaprasong - Posts · Comments
Theme Template by BTDesigner · Powered by Blogger