Showing posts with label สุเทพ. Show all posts
Showing posts with label สุเทพ. Show all posts

Monday, March 3, 2014

จาตุรนต์ ฉายแสง กับท่าที ผบ.ทบ. พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา กรณี สปป.ล้านนา

- 0 comments
ธรรมดาผมก็วิจารณ์ผบ.ทบ.บ้างชมบ้างแล้วแต่กรณีไป ผมเพิ่งชมผบ.ทบ.ไปเมื่อไม่กี่วันมานี้ ต้องวิจารณ์ทักท้วงอีกซะแล้ว

ผมคิดว่าที่ผบ.ทบ.ออกมาขึงขังสั่งการให้แม่ทัพนายกองเล่นงานคนเสื้อแดงในข้อหาว่าแบ่งแยกประเทศนั้น ไม่น่าจะเป็นประโยชน์หรือเป็นผลดีต่อการแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติ รวมทั้งไม่เป็นผลดีต่อตัวผบ.ทบ.เองด้วย

การที่คนเสื้อแดงบางคนออกมาพูดเรื่องการแบ่งประเทศนั้น ดูจะเป็นเรื่องของการตัดพ้อเสียมากกว่าที่จะทำอย่างนั้นจริงๆ เข้าใจว่าคนเสื้อแดงจะรู้สึกว่าพวกตนอยู่ในสภาพที่ทำอะไรก็ผิดไปหมด ในขณะที่ฝ่ายสุเทพกับพวกทำอะไรก็ไม่ผิด เขาจึงประชดว่าถ้าอย่างนั้นแบ่งประเทศกันเสียเลยดีไหม

การดำเนินคดีกับคนเสื้อแดงในเรื่องนี้ก็เป็นสิทธิ์ที่จะทำได้ แต่จะมีผลอะไรเป็นเรื่องที่ต้องใคร่ครวญให้รอบคอบ การที่ใครออกมาพูดลอยๆว่าจะแยกประเทศจะครบองค์ประกอบการกระทำความผิดหรือไม่ ดำเนินคดีไปจะเอาผิดได้จริงหรือ

การที่บางคนพูดว่าจะแยกประเทศเปรียบเทียบกับการที่คนอีกกลุ่มหนึ่งเรียกตัวเองว่าเป็นกบฏอย่างเปิดเผยครั้งแล้วครั้งเล่า ว่าไปแล้วพวกที่ประกาศตัวเองเป็นกบฏเสียอีกที่มีการกระทำเป็นกบฏจริงๆและถูกตั้งข้อหาแล้วด้วย แต่ไม่เห็นผบ.ทบ.และพวกทำอะไรกํบคนเหล่านี้บ้าง เห็นพูดแต่ว่าขอวางตัวเป็นกลาง 

การเล่นงานแต่พวกเสื้อแดงในคราวนี้จึงทำให้คำพูดที่ว่าขอวางตัวเป็นกลางหมดน้ำหนักไปเสียเปล่าๆ

ถ้าต้องการจะแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคมจริงๆ เวลามีคนออกมาพูดว่าจะแยกประเทศ ผู้ที่รับผิดชอบด้านความมั่นคงควรจะต้องตั้งคำก่อนว่าทำไมเขาจึงออกมาพูดอย่างนั้นกัน หาต้นเหตุให้เจอว่าเป็นเพราะอะไร ถ้าสาเหตุมาจากความไม่ยุติธรรมก็ต้องหาทางให้เกิดความยุติธรรม ถ้าเป็นเพราะบ้านเมืองอยู่ในสภาพกฎหมายไม่เป็นกฎหมายก็ต้องทำให้กฎหมายเป็นกฎหมาย ความไม่พอใจของผู้คนก็จะลดลง

ที่สำคัญต้องทำให้ทุกฝ่ายทุกคนมีความรู้สึกว่าเป็นเจ้าของประเทศเท่าเทียมกัน

การออกมาประกาศขึงขังว่าจะจัดการกับคนที่แยกประเทศจนเป็นเรื่องใหญ่โตเกินจริงยังเป็นเรื่องเสียหายต่อภาพพจน์ของประเทศด้วย ชาวต่างชาติเขาจะรู้สึกว่าเมืองไทยนี้แย่แล้ว มีคนจะแยกประเทศเกิดขึ้นเยอะแยะไปหมด ลำพังการที่สุเทพกับพวกทำผิดกฎหมายสารพัด ก็เสียภาพพจน์แย่แล้ว ยังจะโฆษณาว่ามีขบวนการแบ่งแยกประเทศอีกจะเป็นประโยชน์อะไร

สุดท้ายก็ขอฝากอีกนิดเดียวครับว่ายังไงก็อย่าถึงขั้นเอาเรื่องนี้มาเป็นเหตุข้ออ้างในการยึดอำนาจเลยนะครับ เพราะมันฟังไม่ขึ้น เสื้อแดงเขาเป็นส่วนหนึ่งของคนส่วนใหญ่ของประเทศ เขาจะไปแบ่งแยกประเทศไปทำไม คนที่พยายามแบ่งประเทศมาหลายเดือนแล้วคือสุเทพกับพวกต่างหาก พวกนี้เขาพยายามแยกประเทศไทยออกเป็น 2 ประเทศ คือประเทศหนึ่งเป็นประชาธิปไตยและกฎหมายเป็นกฎหมายกับอีกประเทศหนึ่งปกครองโดยคนส่วนน้อยและกฎหมายไม่เป็นกฎหมาย

นี่ต่างหากคือปัญหาที่ผบ.ทบ.และแม่ทัพนายกองต้องจัดการมานานแล้ว


ที่มา : เพจ Chaturon Chaisang
[Continue reading...]

Friday, February 7, 2014

"สุเทพ" เรี่ยไร 10 ล้าน หนุนม็อบชาวนาไล่นายก

- 0 comments
สุเทพจัดเงินรับบริจาคมอบชาวนาตั้งกองทุนฟ้องยิ่งลักษณ์เบี้ยวหนี้จำนำข้าวทั้งคดีแพ่ง และอาญาถึงขั้นยึดทรัพย์     เมื่อเวลา 19.30 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ปราศรัยเวทีแยกปทุมวันว่า จากการเดินรณรงค์ย่านสีลมเพื่อรับบริจาคเงินนำไปเป็นกองทุนให้พี่น้องชาวนาในการเคลื่อนไหวเรียกร้องเงินจากโครงการจำนำข้าววันนี้

“ยอมรับว่าชีวิตพี่น้องเกษตรกรลำบาก ต้องมีค่าเดินทาง ค่าอาหาร ผมรู้สึกได้จากการเดินวันนี้ เห็นพี่น้องประชาชนยื่นเงินให้ไม่เหมือนกับทุกครั้งเพราะได้เตรียมเงินมาอย่างดี เพื่อต้องการจะร่วมกันช่วยเหลือชาวนามีความตั้งใจเขียนจ่าหน้าซอง สิ้นชาวนาก็สิ้นชาติ บ้างก็เขียน ทุกข์ของชาวนาคือทุกข์ของแผ่นดิน วันนี้ปรากฎการณ์ที่พิเศษสุดของประเทศไทยคือ ไม่ว่าอยู่ในสาขาอาชีพอะไร รักกัน เป็นห่วงเป็นใยกันเอื้ออาทรกัน วันนี้ชาวกรุงเทพ ทำลายภาพพจน์เดิมหมดสิ้น เดิมนึกว่าคนกรุงเทพฯไม่เอื้อเฟื้อใครต่างคนต่างอยู่ แต่วันนี้ คนกรุงเทพได้แสดงความจริงใจออกมาให้มวลมหาประชาชนเห็นชัดเจนว่า คนกรุงเทพฯ วันนี้ ไม่ว่าทำอาชีพอะไร รู้สึกเจ็บปวดกับความทุกข์ชาวนาและอยากมีส่วนร่วมช่วยชาวนาทุกคนเลย นี่คือความสุดยอด“นายสุเทพ กล่าว

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. พร้อมด้วยแกนนำ กปปส. และมวลชน เดินขบวนมาถึงเวทีสีลมหลังจากได้เดินขบวนเพื่อรณรงค์การปฏิรูปประเทศ และจะนำเงินที่ได้รับบริจาคจากประชาชนไปช่วยเหลือชาวนาที่ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการรับจำนำข้าว โดยใช้เวลาเดินเกือบ 9 ชั่วโมง ทั้งนี้นายสุเทพ ได้ปราศรัยบนเวทีตอนหนึ่งว่า ตนอยากขอบพระคุณพี่น้องชาวสีลมที่ได้ให้การต้อนรับขบวนของเรา และได้บริจาคเงินสมทบกองทุนสำหรับการต่อสู้ของชาวนา ซึ่งเงินบริจาคที่ได้จากการเดินขบวนวันนี้และในวันที่ 10 ก.พ. จะมอบเงินทั้งหมดให้กองทุนสำหรับการต่อสู้ของชาวนาไทย.

“เงินบริจาคไม่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายแต่เราก็พอใจ เพราะพอใจตั้งแต่ต้นแล้วว่ามีเท่าไหร่เทหมดหน้าตักในการขับไล่ขี้ข้าให้พ้นแผ่นดินสักที “ นายสุเทพ กล่าว

ที่มา : โพสทูเดย์
[Continue reading...]

Friday, January 3, 2014

สุเทพ ประกาศ "ทุบหม้อข้าว" รื้อเวทีราชดำเนิน 13 ม.ค. 57 ปิดเกม ระบอบทักษิณ

- 0 comments

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 3 ม.ค. ที่เวทีชุมนุมของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้ เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ขึ้นปราศรัยบนเวทีว่า วันนี้พวกเราเตรียมตัวกันเต็มที่ คนที่อยู่ต่างจังหวัดและกทม.ต้องเร่งรีบสะสางงานที่ยังค้างอยู่ เพื่อเตรียมตัวร่วมต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค. นี้เป็นต้นไป การสู้ครั้งนี้ต้องให้จบให้ได้ ซึ่งแกนนำกปปส.ปรึกษากันว่าครั้งนี้จะเป็นการทุบหม้อข้าวตีเมือง คนที่อยู่ต่างจังหวัดที่จะมาถนนราชดำเนินต้องมาให้ถึงก่อนวันที่ 12 ม.ค. เพราะช่วงเช้าของวันที่ 13ม.ค. จะรื้อเวทีปราศรัยที่ถนนราชดำเนิน เป็นการทุบหม้อข้าวไม่กลับมาอีก เพราะจะแยกย้ายกันไปปฏิบัติการยึดเมืองหลวงตามสถานที่ต่างๆ และปักหลักตามสถานที่นั้นๆ จนกว่าจะได้รับชัย

นายสุเทพ กล่าวว่า หากคนต่างจังหวัดตกขบวนมาไม่ทันวันที่ 12 ม.ค.ก็ขอให้เลือกว่าจะไปร่วมสมทบที่เวทีใด สามารถเลือกได้เอง ส่วนเวทีที่ถนนราชดำเนินจะรื้อเต็นท์ย้ายครัวไปเปิดสนามรบใหม่ และปฏิบัติการยึดเมืองหลวงกทม. ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้จะเป็นตำนานเล่าขานต่อไป

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีเสียงโจมตีจากรัฐบาลขุดคุ้ยตนมาทุกเรื่อง แต่ตนไม่กลัวความเสียหาย และจะเดินหน้าสู้อย่างเดียวแบบแลกหมัดกันไปเลย ไม่ต้องเสียเวลามานั่งชี้แจงเรื่องต่าง ๆ ตนประกาศแล้วว่างานนี้จะเป็นงานชิ้นสุดท้ายที่จะทำให้บ้านเมือง เสร็จงานแล้วจะเลิกทุกอย่างและกลับบ้าน โดยไม่คิดเป็นนักการเมือง รัฐมนตรี และส.ส.แล้ว เพราะไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง เรื่องสปก.4-01 ในสมัยตนเป็นรมช.เกษตรฯ นั้น เห็นคนทำกินในที่ดินของรัฐ ส่วนใหญ่เป็นคนจนเข้าไปตัดไม้และถูกดำเนินคดี จึงเสนอว่าต้องทำให้คนประมาณล้านกว่าครอบครัวเป็นคนที่มีชีวิตอย่างถูก กฎหมายและมีวิธีเดียวคือใช้กฎหมายปฏิรูปที่ดิน

ดังนั้นจึงเข้าไปประกาศปฏิรูปที่ดินในที่ของรัฐเพื่อให้ประชาชนเข้าไปทำ กิน และมีสิทธิทำกินถูกต้องตามกฎหมาย ตลอดเวลา 2 ปีเศษที่เป็นรมช.เกษตรฯ ตนช่วยคนจนได้ครอบครองที่ดินทำกินโดยถูกกฎหมายเกือบ 7 แสนครอบครัว นอกจากนี้ยังมีการปลุกปั่นตำรวจว่าตนดูหมิ่นศักดิ์ศรี รวมถึงเรื่องโรงพักที่สร้างไม่แล้วเสร็จ ซึ่งขอชี้แจงว่าเรื่องโรงพักสร้างไม่เสร็จนำมาตีไปแล้วหนึ่งครั้ง สมัยเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่ทางสำนักงานตำรวจแห่ง ชาติ(สตช.) เป็นผู้พิจารณา และเสนอมาที่ตนในสมัยที่เป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงทั้งสิ้น ทุกขั้นตอนผ่านผบ.ตร.มาแล้ว 4 คน มาถึงวันนี้เมื่อเห็นว่าโรงพักสร้างไม่เสร็จจึงหาเรื่องว่าตนเป็นคนทำให้ สร้างโรงพักไม่เสร็จ

“ผมขอวิงวอนตำรวจทั่วประเทศอย่าหูเบา เชื่อคำยุยุง ขอให้ฟังคำปราศรัยของผมว่ารังเกียจเฉพาะตำรวจชั่วเท่านั้น แต่เป็นกำลังใจให้ตำรวจดี อย่างไรก็ตามขอบอกผบ.ตร.ว่าหากนำตำรวจมาแสนคนก็ไม่สามารถปราบผู้ชุมนุมได้ เพราะการชุมนุมครั้งนี้จะมีหลายล้านคน และขอประกาศว่าเราไม่ต้องการสู้รบกับตำรวจหรือเจ้าหน้าที่คนไหน เพราะเราไม่ได้มาสู้กับเจ้าหน้าที่ แต่มาสู้กับระบอบทักษิณ ขอให้ผบ.ตร.อย่าเป็นศัตรูกับประชาชน ผมทราบว่าตำรวจจะสลายผู้ชุมนุมให้ได้ก่อนวันที่ 11 ม.ค. แต่ช่วงนั้นเป็นงานวันเด็ก ขอให้ตำรวจเลิกคิด หากตำรวจทำความรุนแรงกับประชาชนอีกครั้ง ตำรวจจะอยู่ประเทศไทยไม่ได้ เราจะสู้ ท้ายนี้ผมขอกราบอภัยคนกทม.ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการชุมนุมใหญ่ครั้งนี้ แต่ขอให้คิดว่าเสียสละเพื่อประเทศชาติ” นายสุเทพ กล่าว      

ที่มา : เดลินิวส์
[Continue reading...]

Monday, December 30, 2013

"สุเทพ" อ้อนชวนตำรวจเป็นพวก ขู่ฟ้อง "ธาริต" ลั่นหลังปีใหม่นัดชัตดาวน์กรุงเทพฯ

- 0 comments
เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 30 ธ.ค. ที่เวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตย ที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) ขึ้นปราศัยตอนหนึ่งว่า "วันนี้มีตำรวจมาชุมนุมที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งมีการพูดว่า กปปส.ไปพูดให้คนเกลียดตำรวจ ซึ่งเรื่องนี้ต้องขอชี้แจงว่า กปปส.ทั้งที่ราชดำเนิน และทั่วประเทศ ไม่มีความโกรธแค้น เกลียดชังตำรวจในภาพรวม แต่ไม่พอใจตำรวจเลว ๆ บางคนเท่านั้น ตำรวจทำถูกต้องที่จะปกป้องศักดิ์ศรีตำรวจ แต่ไม่ต้องไปปกป้องตำรวจที่เป็นขี้ข้าระบอบทักษิณ

“ผมยืนยันอีกครั้งว่าการลุกขึ้นต่อสู้ของประชาชนไม่ต้องการทำร้ายใคร ไม่ต้องการให้มีคนบาดเจ็บ เราถึงยืนหยัดว่าจะสู้ตามหลักกฎหมาย ตามสิทธิที่รัฐธรรมนูญรับรอง และประกาศชัดเจนว่าจะเลือกวิธีสู้แบบสงบ สันติ อหิงสา และเรายืนยันจะสู้ตามแนวทางนี้จนจบเกม ฉะนั้นที่มีคนบาดเจ็บ เสียชีวิตไม่ใช่การกระทำของประชาชน และเราเองก็เสียใจที่มีผู้เสียชีวิตไม่ว่าตำรวจ หรือผู้ชุมนุม เพราะคนที่ตายเป็นเหยื่อของสถานการณ์ และระบอบทักษิณ”นายสุเทพ กล่าว

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ในปี 2553 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายก่อแก้ว พิกุลทอง ได้จัดการณ์ชุมนุมจนเป็นเหตุให้มีทหาร และตำรวจเสียชีวิต และมีการเผาบ้านเผาเมือง ซึ่งกรณีดังกล่าวนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ตั้งข้อหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และตน ว่าฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล ซึ่งตนและนายอภิสิทธิ์ ก็ได้ไปมอบตัวกับดีเอสไอ ดีเอสไอส่งสำนวนไปอัยการ ก่อนจะส่งคดีขึ้นศาล

และวันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกฯ ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง และแต่งตั้งนายสุรพงษ์ โตวิจักรชัยกุล รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ เป็น ผอ.ศอ.รส. ซึ่งนายสุรพงษ์ก็ได้ตำรวจ 3 นายนี้มาทำงาน แต่การปฏิบัติตามคำสั่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ และสุรพงษ์ ก็ทำให้มีคนตายแล้ว ตนจะคอยดูว่านายธาริต จะตั้งข้อหาสองคนนี้ว่าฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผลหรือไม่ หากไม่ตั้งก็แสดงว่าสองมาตรฐาน ตนจะเตรียมดำเนินคดีกับธาริต อีกคดีหนึ่งในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

นายสุเทพ ยังกล่าวถึงการที่นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา บอกกับสื่อว่าไม่รู้ว่าจะปิดกรุงเทพฯ ทำไม ว่า แสดงว่านักการเมืองไม่เข้าใจประชาชน เพราะที่ประชาชนสั่งให้ตนปิดกรุงเทพฯ เพราะไม่ต้องการเห็นการเมืองแบบเดิม ต้องการเห็นการเมืองเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ต้องการเห็นการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ และไม่ต้องการเห็นนักการเมืองและข้าราชการผู้ใหญ่การสมคบกันทุจริต คอร์รัปชั่น

ทั้งนี้หลังปีใหม่จะมีการนัดหมายกันปฏิบัติการณ์ใหญ่ปฏิวัติประชาชนปิด กรุงเทพฯ ด้วยสันติและมือเปล่า เพื่อยึดอำนาจในการปกครองประเทศมาเป็นของประชาชน โดยต้องรวมพลังของประชาชนทั้งประเทศ เพื่อทำให้ข้าราชการเห็นชัด และต่างประเทศเห็นว่ารัฐบาลไม่ได้เป็นที่ต้องการของประชาชน และประชาชนจะไม่ยอมให้รัฐบาลบริหารประเทศต่อไปอีกแล้ว โดยจะยึดถนนทุกสายเพื่อไม่ให้รถยนต์ของข้าราชการออกไปทำงานได้ และตั้งเวทีตามแยกต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ ประชาชน หรือองค์กรใดอยากจัดเวทีที่แยกไหนแจ้งมาที่เวทีของเราได้เลยตั้งแต่ตอนนี้ ใครอยากทำกิจกรรมอะไรที่สร้างสรรค์บนถนนก็ทำได้เลย และเมื่อถึงเวลานั้นข้าราชการ ตำรวจ ทหาร ควรตัดใจจากระบอบทักษิณแล้วมาเข้ากับประชาชน.
[Continue reading...]

Saturday, December 14, 2013

สดศรี "แนะ" สุเทพ "ปฏิรูปนักการเมือง" ก่อนเพราะเป็นต้นตอของการซื้อสิทธิ์ขายเสียง

- 0 comments
"สดศรี" แนะ "สุเทพ" ปฏิรูปนักการเมืองก่อน ชี้เวทีเสวนากองทัพไม่ได้สร้างทางออกประเทศ เลือกตั้ง 2 ก.พ.เกิดแน่นอน
 
นางสดศรี สัตยธรรม อดีตกรรมการการเลือกการตั้ง เปิดเผยว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ควรไปปฏิรูปที่นักการเมืองเป็นหลักไม่ใช่มาปฏิรูปที่ระบบการเลือกตั้ง เนื่องจากการซื้อสิทธิ์ขายเสียงหรือการทุจริตเลือกตั้งนั้น ต้นตอเกิดจากนักการเมือง โดยเสนอแนะ ให้ทางกลุ่ม กปปส นั้น คอยจับตาและร่วมมือกันในการตรวจสอบการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นด้วย เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยความโปร่งใส
 
ส่วนแนวทางที่จะให้มีการทำประชามติทางออกประเทศ พร้อมกับลงคะแนนเลือกตั้ง ตามกฏหมายแล้ว ไม่สามารถทำได้เนื่องจากกระบวนการและขั้นตอนต่างๆตลอดจนกรอบระยะเวลาตามกฏหมายนั้นไม่เท่ากัน ระหว่างการทำประชามติและการเลือกตั้ง ขณะเดียวกันการจะทำประชามติได้จะต้องทำขณะที่มีรัฐบาลที่แท้จริงไม่ใช่รัฐบาลรักษาการด้วยอย่างไรก็ตาม ส่วนตัวยังรู้สึกเป็นกังวล ต่อท่าทีของทาง กปปส. ที่ค่อยข้างมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่เกิดขึ้นหากการปฏิรูปประเทศนั้นไม่สำเร็จด้วย พร้อมมองว่า สภาประชาชนไม่น่าจะสามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากขณะนี้ยังไม่เห็นแนวทางที่ชัดเจนส่วนการเข้าร่วม ในเวทีเสวนาสาธารณะเพื่อความสงบสุข และประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย ที่จัดขึ้น ณ กองบัญชาการกองทัพไทย ที่ผ่านมาว่า ส่วนตัวในฐานะผู้เข้าร่วมนั้นมองไม่เห็นว่าเวทีดังกล่าวนั้นจะเป็นการสร้างทางออกให้กับประเทศได้อย่างไร เนื่องจากแต่ล่ะฝ่ายในเวทีเสวนานั้นพูดถึงแต่เรื่องของตัวเองเป็นหลัก โดยที่ไม่มีการพูดถึงแนวทางที่ควรจะนำไปสู่ทางออกของวิกฤตบ้านเมืองได้ทั้งนี้ มองว่าทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้คือทุกฝ่ายกลับเข้ามาสู่กระบวนการของการเลือกตั้ง เพื่อวัดกันที่นโยบายว่า ประชาชนเห็นด้วยกับรูปแบบใด หากต้องการให้มีการจัดตั้งสภาประชาชนขึ้นนั้น ก็ควรไปเสนอกันตามนโยบายของพรรคการเมือง ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นทำประทำประชามติไปในตัวด้วยว่าประชาชนต้องสภาประชาชนหรือไม่ ยืนยันว่าการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในวันที่ 2 กุมพาพันธ์ 2557 ที่จะถึงนี้ จะต้องมีขึ้นตาม พระราชกฤษฎีกา อย่างแน่นอนโดยไม่สามารถยกเลิกได้
 
ที่มา :VoiceTV

[Continue reading...]

Tuesday, December 10, 2013

"เทพ เทือก" สั่งดำเนินคดี กับนายกปูและพวก ข้อหากบฏ

- 0 comments
เมื่อวันที่10ธ.ค. เวลา 22.30 น. ที่เวทีหน้าราชตฤณมัยสมาคม แยกนางเลิ้ง  นายสุเทพ เทือกสุบรรณ  เลขาธิการ กปปส. แถลงว่า ตามที่คณะกรรมการ กปปส. ได้ขอให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมและคณะรัฐมนตรี  ประกาศไม่ปฏิบัติหน้าที่รักษาการ รวมถึงไม่แต่งตั้งบุคคลอื่นขึ้นรักษาการภายใน 24 ชั่วโมง ตามคำสั่งคณะกรรมการ กปปส. ฉบับที่ 1/2556 ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ก้าวลงจากอำนาจโดยละมุนละม่อม ทั้งที่ความเป็นนายกรัฐมนตรีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ และครม.ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ประกาศไม่ยอมรับศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้กระบวนการคืนอำนาจให้แก่มวลมหาประชาชนในการทำประชาภิวัฒน์เพื่อปฏิรูปประเทศไทยเป็นไปโดยราบรื่น  แต่เมื่อครบกำหนดเวลาดังกล่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ อ้างว่าตัวเองมีอำนาจตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญอยู่  ซึ่งเป็นการขัดขวางกระบวนการประชาภิวัฒน์ของประชาชน
นายสุเทพกล่าวอีกว่า คณะกรรมการ กปปส.จึงออกคำสั่งฉบับที่ 2/2556 ดังนี้ 1.ให้มีการดำเนินคดีกับ  น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพวกในความผิดฐานกบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 เนื่องจากได้กระทำการล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญและอำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญหรือให้ใช้อำนาจดังกล่าวแล้วไม่ได้ ถือเป็นความผิดอาญาร้ายแรงและจงใจฝ่าฝืนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญโดยไม่สุจริต  2.ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)สั่งให้ตำรวจทุกหน่วยถอนกำลังกลับไปที่ตั้งปกติ รวมถึงปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ตามปกติ  โดยให้ดำเนินการออกคำสั่งภายใน 12 ชั่วโมง นับแต่มีคำสั่งนี้  3.กปปส.เห็นว่าเจ้าหน้าที่ทหารเป็นหน่วยงานที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมากที่สุดจึงขอให้ทหารปฏิบัติหน้าที่รักษาสถานที่ราชการเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยต่อไป
นายสุเทพกล่าวอีกว่า 4.ขอให้มวลมหาประชาชนติดตามพฤติกรรมความเคลื่อนไหวของคนในตระกูลชินวัตร และบุคคลใน ครม.ที่มิชอบด้วยรัฐธรรมนูญอย่างใกล้ชิด  และให้แสดงออกต่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวในแนวทางสันติ อหิงสาเพื่อให้หยุดการกระทำที่ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ และเจตจำนงค์ของมวลมหาประชาชน  ทั้งนี้ คณะกรรมการ กปปส.ยังแน่วแน่และยืนเคียงข้างประชาชนจนกว่าจะบรรลุถึงเป้าหมายคือการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และจะร่วมกันปฏิรูปประเทศด้วยมือของเรา
[Continue reading...]

Monday, December 9, 2013

เทพ เทือก "จี้" นายก ลาออก 24 ชั่วโมง ขอมวลชน อยู่ต่ออีก 3 วัน

- 0 comments
เมื่อเวลา 22.30 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยแยกนางเลิ้ง ประกาศแถลงการณ์ฉบับที่ 1/2556 ว่า กปปส.ได้ยึดอำนาจการปกครองคืนมาจากกลุ่มการเมืองสู่ประชาชนแล้ว  แต่รัฐบาลยังแข็งขืน จึงมีคำสั่งให้นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ต้องไม่ปฏิบัติหน้าที่ หรือแต่งตั้งใครมาดำเนินการแทนทั้งสิ้น ภายใน 24 ชั่วโมง  และ นายกรัฐมนตรี ต้องลาออกจากการรักษาการภายใน 24 ช.ม.  พร้อมประกาศให้มวลชนร่วมชุมนุมต่อไปอย่างน้อยอีก 3 วัน ทั้งนี้ หากรัฐบาลไม่ทำตาม จะแถลงถึงแนวทางการเคลื่อนไหวอีกครั้ง ในวันที่ 10 ธ.ค.นี้่  
นอกจากนี้ นายสุเทพ ยังกล่าวว่า จะมีการปรับพื้นที่การชุมนุมใหม่โดยรอบทำเนียบรัฐบาล และจะมีการเชื่อมสัญญาณของเวทีต่างๆ ที่อยู่โดยรอบเข้าหากัน เพื่อประสานงานและนำเสนอแนวทางการชุมนุมโดยตรง นอกจากนี้จะมีการประชุมกำหนดท่าทีแนวทางการเคลื่อนไหว เพื่อขับไล่ระบอบทักษิณ และให้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประกาศลาออก  คาดว่า 4-5 วันนี้ จะมีความชัดเจนมากขึ้น และจะแถลงการณ์ให้ประชาชนรับทราบเป็นระยะต่อไป
ที่มา : เดลินิวส์
[Continue reading...]

Tuesday, December 3, 2013

"สุเทพ" ลั่นต้องต่อสู้ต่อ เพราะยังขจัดระบอบทักษิณไม่ได้

- 0 comments
"กำนันเทือก" ชี้ยึดบช.น.ทำเนียบเป็นชัยชนะส่วนหนึ่ง - ลั่นต้องล้มระบอบทักษิณให้ได้จึงต้องชุมนุมต่อ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 3 ธ.ค. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยที่ลานอเนกประสงค์ ภายในศูนย์ราชการ อาคารบี โดยกล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า วันนี้กำลังมวลมหาประชาชนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความองอาจกล้าหาญ ทำงานสำเร็จ ยึดกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้สำเร็จจึงขอยกย่องประชาชนที่ไปยึดด้วยมือเปล่า วันนี้มีเฉพาะตำรวจเท่านั้นที่ยืนอยู่ข้างรัฐบาลทรราช ทำให้ต้องพุ่งเป้าไปยังรัฐตำรวจ และหลังยึดบช.น. ประชาชนก็มุ่งไปยังทำเนียบรัฐบาล เพราะพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ประกาศว่ายึดบช.น. ไม่เป็นไร แต่ยึดทำเนียบไม่ได้เพราะเป็นสัญลักษณ์รัฐบาล ประชาชนจึงถือเป็นคำท้าทายทำให้ต้องไปยึดทำเนียบ 

แต่ปรากฎว่ากำลังที่รักษาความปลอดภัยที่ทำเนียบคือทหาร กลายเป็นว่ามันหลอกให้เราปรบกับทหาร แต่แกนนำที่คุมกำลังไปก็ไหวตัวทัน จึงบอกว่าเมื่อยึดทำเนียบรัฐบาลและรับประทานอาการเสร็จแล้วก็ขอให้ออกจากทำเนียบ เพราะเราให้เกียรติทหาร ทั้งนี้เป็นเพียงชัยชนะส่วนหนึ่ง แต่ยังไม่เด็ดขาดเพราะรัฐบาลระบอบทักษิณยังคงอยู่จึงยังกลับบ้านไม่ได้ ต้องสู้ต่อไป ขอให้พี่น้องหนักแน่นอย่าหวั่นไหวกับข่าวลือ ที่รัฐบาลอาศัยการปล่อยข่าว อีกทั้งการที่ยอมให้ยึด บช.น.และทำเนียบรัฐบาล ก็เป็นการสร้างภาพว่ารัฐบาลยอมทุกอย่าง และขอให้คอยดูว่าไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้หากรัฐบาลจะยุบสภา รัฐบาลก็จะกล่าวหาว่าตนดึงดัน ไม่ยอมถอยทั้งที่รัฐบาลถอยแล้ว

นายสุเทพกล่าวอีกว่า เมื่อรัฐบาลประกาศยุบสภา ก็จะมีพวกมองโลกสวยงามบอกว่ารัฐบาลยอมแล้ว ให้ประชาชนกลับบ้าน แต่ความตั้งใจของเราคือต้องขจัดระบอบทักษิณให้หมดแผ่นดินไทย และประชาชนต้องเข้าไปบริหารจัดการบ้านเมืองให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไม่ใช่ให้ทรราชอ้างประชาธิปไตยมาปกครองบ้านเมืองอีก ถ้ายุบสภาและเรายอม ก็จะมีการเลือกตั้งใหม่ แต่ก็เข้ามาอีกเพราะใช้เงินซื้อเสียงเข้ามา ดังนั้นถึงแม้ว่าจะยุบสภาก็ไม่มีความหมายสำหรับเรา อีกทั้งวันที่ 2 ธ.ค. เป็นวันมีความหมายมากสำหรับพรรคเพื่อไทย เพราะพวกที่พ้นโทษถูกตัดสิทธิกลับมาแล้วจึงพร้อมยุบสภา แต่หากยุบสภาไม่ได้ผล นายกฯก็จะทิ้งไพ่ใบสุดท้ายโดยการลาออกและให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ หรือนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.เชียงใหม่ เป็นนายกฯ แทน การกระทำนี้ก็ไม่มีความหมายเช่นกัน เพราะเป็นรัฐบาลทรราชภายใต้ระบอบทักษิณเหมือนเดิม 

"เราลงทุนมามากแล้วต้องขจัดระบอบทักษิณให้ได้ ไม่ว่าใครจะวิพากษ์วิจารณ์หรือเกลี้ยกล่อมอย่างไรก็ไม่ต้องตอบโต้ แต่ให้ดำเนินการตามขั้นตอนและสู้ให้ถึงที่สุด วันนี้ที่ยึดบช.น.และทำเนียบได้ก็มีคนประกาศชัยชนะ มีการฉลอง แต่ก็ไม่ห้ามและไม่ควรเพลิดเพลินเกินไป เพราะเรายังมีงานต้องทำ อีกทั้งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และรัฐบาลทรราชยังอยู่ เราจึงต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด" เลขาธิการ กปปส.กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 13.00 น. ในขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ได้พักผ่อนภายในร้านสยามทัศนา อาคารบี อีกทั้งยังพบว่ามีหน่วยพยาบาลได้ให้น้ำเกลือแก่นายสุเทพ เนื่องจากมีอาการไม่สบาย
 
ที่มา  :น.ส.พ.ข่าวสด

[Continue reading...]

Tuesday, November 26, 2013

สุเทพ "ลั่น" ดีเดย์ บุกยึดให้หมดทุกกระทรวง 27 พ.ย.

- 0 comments
ข่าวการชุมนุมล่าสุด สุเทพ เทือกสุบรรณ ขึ้นเวทีปราศรัย กร้าว ต่อสู้จนถึงที่สุด ไม่ขอรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแน่นอน ลั่นนำมวลชนบุกยึดทุกกระทรวง พรุ่งนี้ (27 พฤศจิกายน 2556)

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกลุ่มเครือข่ายประชาชนต่อต้านระบอบทักษิณ เปิดใจขึ้นเวทีปราศรัยบนเวทีชุมนุมที่กระทรวงการคลัง เมื่อเวลาราว 20.30 น. วันนี้ (26 พฤศจิกายน 2556) ท่ามกลางมวลชนที่รอฟังจำนวนมาก โดยยืนยันหนักแน่นว่า แม้ว่าการต่อสู้ในครั้งนี้จะชนะแล้วก็ตาม แต่ตนเองจะไม่ขอรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน และยืนยันว่า การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ได้เป็นการช่วยเหลือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี เช่นกัน ซึ่ง นายอภิสิทธิ์ ยืนยันกับตนว่า หากมีการจัดตั้งรัฐบาลสภาประชาชน จะไม่ขอรับตำแหน่งใด ๆ ทางการเมืองอย่างแน่นอน 

ทั้งนี้ นายสุเทพ ยืนยันว่า หากขจัดระบอบทักษิณจนหมดสิ้นแล้ว จะจัดตั้งสภาประชาชนขึ้นมาทันที โดยสภาประชาชน จะมาจากบุคคลทุกสาขาอาชีพ และให้สภาประชาชนเป็นคนคัดเลือกบุคคลเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี และสร้างคณะ ครม. ในฝัน มาเป็นรัฐบาลของประชาชน

นอกจากนี้ นายสุเทพ ยังได้นัดหมายมวลชนในกรุงเทพมหานคร ที่ต้องการต่อต้านระบอบทักษิณ ให้บุกไปยึดทุกกระทรวง ในวันพรุ่งนี้ (27 พฤศจิกายน 2556) ส่วนมวลชนต่างจังหวัด ให้รวมตัวกันนำดอกไม้ไปขอร้องข้าราชการที่ศาลากลาง และที่ว่าการอำเภอ ขอร้องไม่ให้เป็นทาสระบอบทักษิณอีกต่อไป โดยใช้แนวสันติวิธี

[Continue reading...]

ศาล "อนุมัติ" ออกมายจับ สุเทพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 , 365

- 0 comments
ศาลอนุมัติหมายจับ "สุเทพ" ผิดป.อาญาม.365,215 นำมวลชนยึดกระทรวงการคลัง
วันที่ 26 พ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. แถลงข่าวสถานการณ์การชุมนุมในส่วนของการดำเนินคดีกับแกนนำและกลุ่มผู้ชุมนุมที่กระทำผิดกฎหมายว่า สถานการณ์ในวันที่ 25 พ.ย. 56 จนถึงเวลานี้ เหตุการณ์ไม่สงบเกิดขึ้นมากมายในหลายพื้นที่ อีกทั้งมีแกนนำและผู้ชุมนุม ทำการละเมิดข้อกฎหมายหลายจุด เริ่มจากเมื่อวันที่ 25 พ.ย. 56 เวลา 11.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมพรรคประชาธิปัตย์ นำโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้นำมวลชนไปชุมนุมที่บริเวณหน้าสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง แล้วเข้าไปบุกยึดภายในกระทรวงการคลัง และในเวลาประมาณ 13.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนก็ได้แยกตัวไปบุกยึดกรมประชาสัมพันธ์อีกแห่งหนึ่ง โดยกลุ่มผู้ชุมนุมดังกล่าวได้อยู่ภายในกระทรวงการคลังและกรมประชาสัมพันธ์มาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้ กรณีการบุกยึดกระทรวงการคลังนั้น ทาง สน.บางซื่อ ได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญาที่ 2496/2556 ลงวันที่ 25 พ.ย. 56 ในข้อหา "กระทำด้วยวิธีอื่นใด เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน เพื่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215, ผู้ที่กระทำการมั่วสุม ตามมาตรา 215 เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 216 และร่วมกันบุกรุก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 ประกอบมาตรา 362"

โดยขณะนี้ ทาง พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ ปานสาคร รอง ผบช.น. ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องดังกล่าว อยู่ระหว่างดำเนินการ เร่งให้พนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ ยื่นขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญา ซึ่งเมื่อเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน ศาลอาญาได้อนุมัติ ออกหมายจับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แล้ว 2 ข้อหา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 , 365 จากกรณีร่วมกับบุคคลอื่นตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป บุกกระทรวงการคลัง ส่วนการชุมนุมที่ราชดำเนินยังไม่ออกหมายจับ

ที่มา :ข่าวสด

[Continue reading...]

Monday, November 11, 2013

เมื่อ "สุเทพ" ลาออกจาก ส.ส.ถึงเวลาที่ "ขบวนการยุติธรรม" บังคับใช้กฏหมายอย่างเท่าเทียมกันตามรัฐธรรมนูญ ม. 30

- 0 comments
เมื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศลาออกจาก ส.ส. ต่อสาธารณะชน ถือว่า สมชิกภาพสิ้นสุดลง แล้ว ดังนั้นสิ่งที่นายสุเทพ จะต้องเจอคือการสั่งฟ้องในคดี สั่งฆ่า ประชาชน ในปี 53 ของ อัยการสูงสุด

สิ่งที่จะเรียกร้องถึง ขบวนการยุติธรรมคือใช้มาตรฐานเดียวกันกับ การสั่งฟ้องในคดี ของแกนนำคนเสื้อแดง

เช่น ไม่ให้ประกันตัว หรือใช้เงินในการประกันตัวที่มากกว่า บุคคลทั่วไป (แกนนำ แดง ใช้ประกันตัวคนละหลายล้านบาท) เพราะเป็นคดี สะเทือนขวัญ และร้ายแรง ถึงขั้นประหารชีวิต

นี่คือสิ่งที่ต้องการเรียกร้องความเสมอภาคในการบังคับใช้กฏหมายอย่างเท่าเทียมกันตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 30

เพราะ ไม่ว่าจะมีตำปหน่งหน้าที่ ยากจน เศรษฐี ก็จะได้รับสิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 30  เหมือนกัน
สิ่งที่ทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม คือความยุติธรรมในการบังคับใช้กฏหมาย

ยกตัวอย่าง คดีของคนเสื้อแดง (คดีก่อการร้าย) ไม่ให้ประกันตัว โดยศาลให้เหตุผลว่า เป็นคดีร้ายแรงโทษถึงประหารชีวิต แกรงว่าจะหลบหนี หรือ ถ้าให้ประกันตัว ก็ใช้วงเงินที่สูง

ในขณะที่คดีของ ฝ่าย พันธมิตรฯ (คดีก่อการร้ายเช่นกัน) ได้รับการประกันตัวทุกคน แถม มีการเจรจา ขอประกันตัวล่วงหน้า และวงเงินที่ให้ประกันตัว ก็เพียงหลัก แสนบาท และจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีใคร ติดคุกแม้แต่วันเดียว

ดังนั้น ขบวนการยุติธรรมควรบังคับใช้กฏหมายอย่างเท่าเทียมกันในฐานะพลเมืองคนหนึ่ง โดยไม่เลือกปฏิบัติ เพราะทุกคนล้วนได้รับการคุ้มครองโดยกฏหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 30 คลิกดูรายละเอียด
[Continue reading...]

"สุเทพ เทือกสุบรรณ" ประกาศ ลาออก ส.ส.แล้ว เปิดศาลประชาชน พาม็อบ "สู้ต่อไป"

- 0 comments

วันที่ 11 พ.ย.  ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า หลังการประชุมแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ในช่วงบ่ายวันนี้ เพื่อหารือถึงการยกระดับเคลื่อนไหวต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และการขับไล่รัฐบาล มีข้อสรุปว่า ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์จะลาออกจากตำแหน่ง ออกมาต่อสู้นอกสภาฯ เพื่อไม่ให้กระทบต่อพรรค ที่กำลังถูกฝ่ายรัฐบาลยื่นยุบพรรค โดยเบื้องต้น จะมี ส.ส.ของพรรค 6 คนประกาศลาออกบนเวทีชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อเป็นการยกระดับการเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาล ประกอบด้วย 1.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี 2.นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา 3.นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง 4.นายวิทยา แก้วภารดัย ส.ส.นครศรีธรรมราช 5. นายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร  และ6.นายอิสสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ 
คลิกดูรายชื่อ ส.ส.ที่ลาออก อีก 8 คน


รายงานข่าวระบุว่า ในการหารือดังกล่าว นายสุเทพจะขอลาออกคนเดียว แต่ที่ประชุมเห็นว่าไม่ควรให้สถานการณ์ถูกตีความว่าเป็นการโดดเดี่ยวนายสุเทพ จึงเห็นว่า ควรไฟเขียวให้ ส.ส.ของพรรคลาออกได้ตามความสมัครใจ แต่เมื่อประเมินผลดี ผลเสียแล้ว หากมีการลาออกจำนวนมาก จะทำให้ต้องพะวักพะวงกับการเลือกตั้งซ่อมภายใน 45 วัน แทนที่จะเป็นการช่วยทางเวทีได้  ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีมติว่า ไม่ควรลาออกกันมาก โดยเฉพาะ ส.ส.กทม. ตอนนี้ห้ามลาออก แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง ก็ต้องประเมินสถานการณ์เฉพาะหน้า จึงค่อยตัดสินใจ  

อย่างไรก็ตาม จุดยืนของ ส.ส.ที่ออกมาเคลื่อนไหว จะเป็นการกดดันให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบ ในการผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ตามกระแสที่ประชาชนและหลายฝ่ายในบ้านเมืองเรียกร้อง ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์จะปฎิเสธ แล้วเมินเสียงเรียกร้องของประชาชนไม่ได้ หากถึงจุดหนึ่งแล้ว รัฐบาลยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง จะมี ส.ส.ของพรรคลาออกอีกจำนวนมาก เพื่อมาสู้ร่วมกับประชาชนนอกสภาฯ

เวลา 18.27 น.  นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ แกนนำผู้ชุมนุมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ขึ้นเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แถลงตั้งศาลประชาชนขอเสียงประชาชนในที่ชุมนุมว่าโดยมีสองทางเลือกคือ

ทางเลือกที่หนึ่ง ยินดีกับชัยชนะขั้นต้นที่รัฐบาลยิ่งลกษณ์และสภาทาสได้ชะลอกฎหมายไว้และยอมรับว่าอย่างดีที่สุดค่ำคืนนี้วุฒิสภาจะลงมติไม่เห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.นี้หรือคว่ำร่างพ.ร.บ.ฉบับบนี้และมีผลให้ต้องรอลุ้นอีก 180 วัน

ทางเลือกที่สอง เราจะสู้ต่อไปด้วยพลังมหาชน ดำเนินการจนกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับชั่วร้ายนี้ตายไปจากโลกและไม่มีวันผุดวันเกิดอีก 

"พี่น้องประชาชนทุกเสียงมีความหมาย พี่น้องท่านใดเห็นว่าเราควรจะพอกันแค่นี้ ยินดีกับชัยชนะเท่านี้ให้ส่งเสียงขึ้น ถ้าพี่น้องประชาชนเห็นว่าเราจะต้องต่อสู้ต่อไปโดยพลังประชาชนจงส่งเสียง"นายสุเทพกล่าว

โดยนายสุเทพได้ประกาศให้ผู้ชุมนุมใช้เสียงโห่ร้องเป็นการตัดสิน หากเลือกข้อที่หนึ่งให้ส่งเสียง ซึ่งผู้ชุมนุมได้เงียบและไม่ได้ออกเสียง แต่ได้ออกเสียงโห่ร้องในทางเลือกที่สอง

"บัดนี้ ผมขอประกาศว่า มติมหาชนของประชาชนชาวไทย ผู้รักชาติ รักแผ่นดิน มีความเห็นเด็ดขาดเป็นเอกฉันท์ให้สู้ต่อไป ...เพื่อให้การต่อสู้ครั้งนี้่เป็นการต่อสู้ของมวลมหาประชาชนโดยบริสุทธ์โดยแท้จริง ไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ผมขอประกาศลาออกจาก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่วันนี้...ผมตัดสินใจออกเพราะรักประชาชนมากกว่า"นายสุเทพกล่าว
 
ที่มา :ข่าวสด

[Continue reading...]

Sunday, November 10, 2013

สุเทพ "กำลังก่อการกบฏ" ประกาศเป่านกหวีด ปิดกรุงเทพฯ วันนี้ 11.11 น.

- 0 comments
สุเทพ เป่านกหวีด ปิดกรุงเทพ และ เตรียมปิดถนนทุกสาย รถไฟฟ้า รถใต้ดิน รถเมล์ ธนาคาร สนามบินทุกแห่ง 11 พ.ย.11.11 น.
 
นายสุทพ เทือกสุบรรณนัดรวมพลวันจันทร์ที่ 11 พ.ย. นี้ โดยประชาคมสีลม รวมพล 12.00 หน้าสีลมคอมเพล็กส์ 12.34 เริ่มเคลื่อนออกจากสีลมเข้าทางถนนพระรามสี่ เข้าแยกราชเทวี
 
ประชาคม อโศก รวมพล 12.00 ที่ terminal 21. 12.34 เริ่มเคลื่อนเข้าเส้นอโศกเพชร รวมขบวนประขาคมสีลมที่แยกราชเทวี มุ่งสู่ราชดำเนินด้วยกัน 
 
ประชาคมรัชดา รวมพล 12.00 หน้าบริเวณทางลงรถไฟฟ้าใต้ดินฝั่งฟอร์จูน 12.34 เคลื่อนขบวนทางเส้นอโศกเพชร สมทบกับประชาคมอโศก สู่ราชดำเนินด้วยกัน 
 
ประชาคมสะพานควาย- อารีย์ 12.00 รวมพลที่บริเวณ BTS อารีย์. 12.34 เคลื่อนขบวนไปทางเส้นพหลโยธิน เข้าทางราขเทวีรวมพลกับประชาคมสีลมและอโศก สะพานควาย ทุกคนมุ่งสู่ราชดำเนิน
 
ที่มา: Voicetv
[Continue reading...]

ตำนาน...สปก.4-01 ต้อง "ประชาธิปัตย์" ลืมกันหรือยัง

- 0 comments
คนรุ่นหลัง จำนวนมากเกิดไม่ทันรู้ ดูไม่ทันเห็น ความชั่วร้ายของชายชื่อสุเทพ เทือกสุบรรณ และคณะพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อครั้งมีอำนาจในมือซ้าย ถือกฎหมายในมือขวา

เมื่อครั้งนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สุเทพ เทือกสุบรรณ สร้างผลงานโบว์ดำอันลือลั่นสั่นสะเทือนแผ่นดิน ด้วยการใช้อำนาจ และช่องโหว่ทางกฎหมาย แจกที่ดิน สปก.4-01 ให้กับ ทศพร เทพบุตร สามีของ อัญชลี เทพบุตร ขณะเป็นเลขานุการของตนเอง

ไม่เพียงแต่ ทศพร เทพบุตร คนเดียวที่ได้รับที่ดินผืนงามของเกาะภูเก็ต ไปกว่า 90 ไร่ ยังมี “นายหัว” อีกหลายคนของเกาะภูเก็ต ที่เป็นนายทุนของพรรคประชาธิปัตย์ และสนิทสนมชิดเชื้อ เอื้อเฟื้อสุเทพ เทือกสุบรรณ และ พรรคประชาธิปัตย์ ได้รับเอกสารสิทธิสปก.4-01 เหมือนกับทศพร เทพบุตร ไปด้วย

ทั้ง ทศพร เทพบุตร และคนเหล่านี้ ไม่มีสิทธิที่จะได้รับเอกสารสิทธิที่ดินสปก.4-01 ซึ่งเป็นที่ดินของหลวง ที่ดินของรัฐ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่จะยกให้แก่เกษตรกรคนยากจนที่ไม่มีที่ดินทำกิน แต่ ทศพร และ”นายหัว” หลายคน ไม่ใช่เกษตรกร เป็นคหบดี เป็นเศรษฐีใหญ่ของเกาะภูเก็ต ไม่เช่นนั้นคงเป็นนายทุนใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้

คนเหล่านี้ ไม่มีสิทธิ แต่ได้รับสิทธิ ได้รับที่ดินหลวงไปเป็นสมบัติของตัวเองกันคนละหลายสิบไร่ เพราะการใช้อำนาจในมือซ้าย และใช้กฎหมายในมือขวา ตามสไตล์ สุเทพ เทือกสุบรรณ

เหตุการณ์อัปยศ โกงที่ดินหลวง แย่งที่ดินคนจน ไปแจกจ่ายแก่พวกพ้อง เกิดขึ้นเมื่อปี 2538 ขณะพรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาล ชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นโฆษกรัฐบาล

ทั้ง ชวน สุเทพ และ อภิสิทธิ์ ชี้แจงแสดงเหตุผล เถียงกับสื่อมวลชน และประชาชนทั้งประเทศ ที่เห็นว่าการแจกเอกสารสิทธิที่ดินสปก.4-01 แก่เศรษฐี คหบดี เป็นเรื่องผิด แต่ ทั้ง 3 คนของพรรคประชาธิปัตย์ เถียงคอเป็นเอ็น เห็นว่าเป็นเรื่องถูก

เถียงกันจน ชวน หลีกภัย กลายเป็นคนโง่ ไม่รู้ว่าเกษตรกรแปลว่าอะไร ต้องส่งให้กฤษฎีกาตีความคำว่า เกษตรกร

เถียงกันจน สุเทพ เทือกสุบรรณ ถูกต้อนจนมุม ถูกถลุงจนต้องโยนผ้ายอมแพ้ ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี ไป

เถียงกันจน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับฉายาจากนักข่าว ว่า โฆษกเทวดา เพราะดูถูกดูแคลนนักข่าว สื่อมวลชน ประชาชน ที่จี้ถามเรื่องนี้ ว่าอธิบายอย่างไรก็ไม่เข้าใจ

เถียงกันจนพรรคประชาธิปัตย์ ต้องล่มสลาย หนีตายคาสภาฯ หนีการลงมติไม่ไว้วางใจในสภา ด้วยการยุบสภา เพื่อเอาตัวรอด ไม่กล้ายืนสู้หน้าประชาชน ไม่กล้ายืนตัวตรงรับฟังคำพิพากษาของสภาผู้แทนราษฎร

เถียงกันจนถึงวันนี้ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ยังยืนยันว่าทำถูกต้องทุกประการ ทั้งๆ ศาลฎีกาพิพากษาแล้วว่าทำผิด และสั่งให้ ทศพร เทพบุตร ออกจากที่ดินหลวงที่ยึดครองเป็นสมบัติส่วนตัวนานถึง 12 ปี

พรรคประชาธิปัตย์ ยังคงยืนกรานว่าทำถูก และต้องการใช้คนภูเก็ตพิสูจน์ความถูกต้องในเรื่องนี้ของตนเอง ด้วยการ ส่ง ทศพร เทพบุตร ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส. ในยุคสมัยที่ สุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์

พฤติกรรมของ สุเทพ เทือกสุบรรณ ชวน หลีกภัย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ทศพร เทพบุตรเมื่อ ปี 2538 คือ พฤติการณ์ของนักการเมืองที่สร้างภาพลักษณ์ตนเป็นคนดี แต่แท้จริงกลับเป็นปีศาจคาบคัมภีร์ ถืออำนาจเป็นศาสตรา ใช้กฎหมายเป็นอาวุธ ทำร้ายบ้านเมือง โกงที่ดินรัฐ คอรัปชั่นแผ่นดินหลวง ยักยอกทรัพย์สินของชาติ ไปให้แก่พวกพ้อง โดยไม่สนใจความถูกต้องอยู่ตรงไหน

การคอรัปชั่นเชิงนโยบาย เอื้อประโยชน์ให้แก่พวกพ้อง และความไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ประเทศชาติ คือ ข้อสรุปพฤติกรรมการบริหารงานของพรรคประชาธิปัตย์ ในกรณี สปก.4-01 ที่เป็นกรณีศึกษา กรณีตัวอย่าง ที่ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง แต่ยังเป็นที่น่าประหลาดเมื่อพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล้าอวดอ้างเป็นพรรคการเมืองที่มีธรรมาภิบาล เป็นพรรคการเมืองที่มีจริยธรรมในการบริหารบ้านเมือง

จึงไม่น่าแปลกใจที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะหยิบยกกรณี สปก.4-01 ของพรรคประชาธิปัตย์ มาสอบถาม และทดสอบมาตรฐาน และจริยธรรมของคตส. ว่าเคยเห็นความผิดปกติ หรือความไม่สุจริตในเรื่องสปก.4-01 ที่ ศาลฎีกาพิพากษาว่าเป็นการกระทำผิดแล้ว บ้างหรือไม่

สำหรับท่านทั้งหลาย ที่เกิดไม่ทันรู้ ดูไม่ทันเห็น หรือเคยรู้เคยเห็นแต่ จำไม่ได้แล้วว่า รายละเอียดเป็นอย่างไร ก็จะได้เห็นได้รู้กันเสียที และอีกครั้งหนึ่ง ว่า ทำไมเมื่อพูดถึงสปก.4-01 ผู้อาวุโสหลายจึงคนต้องนึกถึงพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยอาการขนลุกขนพอง สยองเกล้า และทำไม สปก.4-01 จึงกลายเป็นเครื่องหมายตราบาปติดตัว สุเทพ เทือกสุบรรณ และ พรรคประชาธิปัตย์ จนแกะไม่ออก แยกไม่ได้

เนวิน ชิดชอบ คือนักการเมืองหนุ่มจากบุรีรัมย์ ในวันนั้น เป็นนักการเมืองที่สะสมข้อมูลทุกเรื่องไว้มากที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย เป็นนักการเมืองที่ใช้ข้อมูลด้วยความพิถีพิถัน ใช้ข้อมูลเป็นอาวุธได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด คือคนที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้สรุปความชั่วร้ายของพรรคประชาธิปัตย์ ในกรณีการแจกที่ดินสปก.4-01 ให้แก่ เศรษฐีภูเก็ต เมื่อ 12 ปีที่แล้ว

หลังการอภิปรายของเนวิน ชิดชอบ ในวันนั้น พรรคพลังธรรม โดยพล.ต.จำลอง ศรีเมือง ก็ถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ทันที

ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่กล้านำคณะรัฐบาล เข้ารับฟังการพิพากษาจากสภาผู้แทนราษฎร และต้องหนีเอาตัวรอดด้วยการยุบสภาผู้แทนราษฎร ทันที

ทั้งๆ ที่ สภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้กระทำความผิด แต่เป็นผู้เปิดเผยการกระทำความผิดของรัฐบาล ต่างหาก

กรณี สปก.4-01 เป็นความผิดของรัฐบาล แต่ผู้ถูกลงโทษกลับเป็นสภาผู้แทนราษฎร เพราะการใช้อำนาจของ ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น ซึ่งเป็นการยุบสภาฯ หนีการลงมติไม่ไว้วางใจ โดยแท้ เป็นการยุบสภาฯ เพื่อประโยชน์ของพรรคประชาธิปัตย์ เพียงพรรคเดียว

ในขณะที่ เนวิน ชิดชอบ ได้รับผลตอบแทนคือ ถูกสร้างภาพว่าเกี่ยวข้องกับซื้อเสียงที่จังหวัดบุรีรัมย์ และเป็นที่มาของฉายา ยี้ห้อยร้อยยี่สิบ ที่ติดตัวมาจนถึงทุกวันนี้ ทั้งๆ ที่ศาลฎีกาพิพากษาแล้วว่า เนวิน ชิดชอบ ไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อเสียงครั้งนั้น และได้ลงโทษจำคุกผู้กระทำความผิด ไปแล้ว

แต่ด้วยความรอบจัดและความชำนาญทางการใช้สื่อเป็นอาวุธ และมีเครือข่ายสื่อเป็นพวกพ้องของพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้เนวิน ชิดชอบ ต้องได้รับเคราะห์กรรมอย่างสาหัสแต่เพียงลำพัง โดยที่ไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ

ในกรณีหนึ่ง ศาลฎีกาพิพากษาว่า เนวิน ชิดชอบ ไม่ใช่ผู้กระทำความผิด แต่พรรคประชาธิปัตย์ กลับเห็นว่าผิด

ในกรณีหนึ่ง ศาลฎีกาพิพากษาว่า ทศพร เทพบุตร ไม่ใช่ผู้มีสิทธิได้รับสปก.4-01 และต้องคืนที่ดินให้หลวง แต่พรรคประชาธิปัตย์ กลับบอกว่าทศพร ไม่ผิด สุเทพ ไม่ผิด ที่ผิดคือ กฎหมายที่เขียนไว้ไม่รองรับถึงทศพร

น่าประหลาดที่ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคการเมืองที่มีนักกฎหมายอยู่เต็มพรรค และเป็นพรรคการเมืองที่ครั้งหนึ่งเมื่อเป็นรัฐบาล ชวน หลีกภัย ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เคยประกาศว่าจะทำให้ทุกคนอยู่ใต้กฎหมายอย่างเสมอภาคกัน

แต่ สองกรณีนี้เห็นได้ชัดเจนว่า นักกฎหมายที่มีอยู่เต็มพรรคประชาธิปัตย์เป็นนักกฎหมายชนิดใด และคำพูดของชวน หลีกภัย เชื่อถือได้หรือไม่

จะมีสักครั้งหรือไม่ ที่พรรคประชาธิปัตย์ จะพูดความจริงกับประชาชน

ฟังเรื่องสปก.4-01 ของพรรคประชาธิปัตย์ จากปากของ เนวิน ชิดชอบ ดีกว่า แล้วท่านจะได้รู้ และเข้าใจว่าทำไม นายกฯทักษิณ ต้องนำกรณีนี้มาเตือนสติ คตส. และประณามเป็นนักฎหมายสองมาตรฐาน

ฟังเรื่องสปก.4-01 จบ แล้วคุณจะรู้จักพรรคประชาธิปัตย์ ดีขื้นกว่าที่คุณเคยรู้จัก

แล้วคุณจะรู้ว่าปีศาจคาบคัมภีร์ ไม่ใช่คำเปรียบเทียบ หรืออุปมาอุปไมย แต่มีตัวตนจริงๆ ชื่อว่า..

“ประชาธิปัตย์”
 
ที่มา :MthaiTalk
[Continue reading...]
 
Copyright © . Yak Ratchaprasong - Posts · Comments
Theme Template by BTDesigner · Powered by Blogger