Showing posts with label อัยการ. Show all posts
Showing posts with label อัยการ. Show all posts

Wednesday, September 25, 2013

อัยการสั่งฟ้อง “แทน เทือกสุบรรณ” คดีบุกรุกที่ดินเขาแพง

- 0 comments
วันที่ 25 ก.ย. 56 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)  นายธาริต  เพ็งดิษฐ์  อธิบดีดีเอสไอ  เปิดเผยความคืบหน้าคดีการบุกรุกที่ดินในพื้นที่เขาแพง อ.เกาะสมุย  จ.สุราษฎร์ธานี ว่า   ขณะนี้อัยการได้ส่งฟ้องคดีดังกล่าวตามที่ดีเอสไอสรุปสำนวนทุกประเด็น ทั้งในส่วนผู้ต้องหา 4 ราย  ประกอบด้วย  นายพงษ์ชัย  ฟ้าทวีพร นายสามารถ  เรืองศรี นายแทน  เทือกสุบรรณ  และนายบรรเจิด  เหล่าปิยะสกุล  และข้อหาคือก่นสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือหรือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และเข้าไปยึดถือ ครอบครอง ก่นสร้าง หรือเผาป่าในที่ดินของรัฐโดยมิได้มีสิทธิครอบครองหรือมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่  ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งที่ดินแปลงดังกล่าวอยู่บนเอกสารสิทธิที่ออกโดยมิชอบแล้ว  ส่วนการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบอยู่ระหว่างการไต่สวนของสำนักงานป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ( ป.ป.ช.)

สำหรับการสอบสวนดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ และผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่ อ.เกาะสมุย  จ.สุราษฎร์ธานี ดำเนินการมาแล้ว 11 คดี ตั้งแต่ปี  2549 เป็นเนื้อที่ 465  ไร่ มูลค่ากว่า 2 พันล้านบาท  นอกจากนี้ยังมีกรณีที่อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนอีกหลายเรื่อง.
[Continue reading...]

Friday, June 28, 2013

ลุ้นระทึก "อภิสิทธิ์" รอด -ไม่รอด

- 0 comments
มาร์คระทึก
เป็นอีกวันที่รอคอยของญาติ พี่น้องนายพัน คำกอง แท็กซี่เสื้อแดง น้องอีซา วัย 14 ปี และนายสมร ไหมทอง คนขับรถตู้

ทั้งหมดถูกเจ้าหน้าที่ยิง เสียชีวิตและบาดเจ็บในเหตุการณ์สลายม็อบแดงเมื่อปี"53

ดีเอสไอหอบสำนวน 9 ลัง 61 แฟ้ม 11,242 แผ่น ส่งมอบให้อัยการสำนักงานคดีพิเศษเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.

มี ความเห็นสมควรสั่งฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในข้อหาร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล

จากกรณีศอฉ.มีคำสั่งกระชับพื้นที่การชุมนุม นปช.ช่วงเม.ย.-พ.ค.53 ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย

การ ส่งฟ้องครั้งนี้ ทั้งนายอภิสิทธิ์และนาย สุเทพได้เข้ารายงานตัวต่อพนักงานอัยการ ซึ่งอัยการนัดให้ผู้ต้องหาทั้งคู่มารับฟังการสั่งคดีนี้ในอีก 2 เดือนข้างหน้า (26 ส.ค.)

ในการรวมทั้ง 3 คดีมีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นจุดเริ่มต้นในการทวงยุติธรรมให้กับเหยื่อปืน 99 ศพ ผู้บาดเจ็บอีกกว่า 2 พันราย

อีก ทั้งศาลมีคำสั่งในคดีชันสูตรศพนายพัน และน้องอีซาออกมาชัดเจนว่าถูกยิงด้วยปืน เจ้าหน้าที่รัฐ ในขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบปิดล้อมพื้นที่ควบคุมตาม คำสั่งศอฉ.

ในช่วง 2 เดือนนี้ นายอภิสิทธิ์ต้องลุ้นด้วยใจระทึก

เพราะนอกจากอัยการนัดฟัง คำสั่งฟ้องคดีนี้ในวันที่ 26 ส.ค. นี้แล้ว

ยัง ต้องลุ้นศาลรัฐธรรมนูญที่จะมีคำวินิจฉัยคดีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นให้ตรวจสอบว่านายอภิสิทธิ์พ้นสมาชิกภาพส.ส.แล้วหรือไม่ หลังรมว.กลาโหมมีคำสั่งถอนการบรรจุเป็นข้าราชการสัญญาบัตร และคำสั่งแต่งตั้งเป็นว่าที่ร้อยตรี

หากบังเอิญศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพ้นสภาพส.ส.ขึ้นมาจริงๆ

แล้วเกิดอัยการสั่งฟ้องคดี 99 ศพ

นายอภิสิทธิ์ก็จะไม่มีเอกสิทธิ์ส.ส.คุ้มครอง ต้องสู้คดีในฐานะผู้ต้องหาธรรมดาๆ

เดือนส.ค.นี้ต้องลุ้นกันแบบไม่กะพริบตา !?
 
      

ที่มา สมิงสามผลัด ข่าวสดออนไลน์
         
[Continue reading...]

Wednesday, June 26, 2013

ดีเอสไอส่งสำนวนพร้อมความเห็นสมควรฟ้อง “มาร์ค-เทพเทือก” ข้อหาฆ่า-พยายามฆ่า ให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องกรณี ศอฉ.สลายการชุมนุมเสื้อแดง เดือน เม.ย.-พ.ค. 2553 โดยอัยการฟังการสั่งคดี 26 ส.ค.นี้

- 0 comments

         เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (26 มิ.ย.) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ฐานะหัวหน้าชุดคดีการเสียชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐจากเหตุการณ์รุนแรงทางการเมืองปี 2553 พร้อมด้วย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ และคณะพนักงานสอบสวน ได้นำสำนวนการสอบสวนเอกสารหลักฐาน จำนวน 9 ลัง 61 แฟ้ม 11,242 แผ่น พร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี อดีตรองนายกฯ และอดีต ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ผู้ต้องหาที่ 1-2 คดีร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 59, 80, 83, 84 และ 288 จากกรณีที่ ศอฉ. มีคำสั่งใช้กำลังเจ้าหน้าที่ในการกระชับพื้นที่ เพื่อขอคืนพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาชนต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระหว่างเดือน เม.ย.-พ.ค. 53 บริเวณถนนราชดำเนิน และแยกราชประสงค์ ส่งผลมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย ส่งให้ นายวินัย ดำรงค์มงคลกุล อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาสั่งคดี
     
       โดยวันนี้ นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ได้เดินทางมาพร้อมกับนายบัณฑิต ศิริพันธุ์ ทนายความ จากนั้นได้เข้าพบนายวินัย ดำรงค์มงคลกุล อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เพื่อรายงานตัวหลังจากดีเอสไอส่งมอบสำนวนการสอบสวน โดยอธิบดีอัยการคดีพิเศษได้นัดให้ผู้ต้องหามาฟังการสั่งคดีในวันที่ 26 ส.ค.นี้ เวลา 10.00 น.
     
       ภายหลังนายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ทางพนักงานสอบสวนดีเอสไอได้นำตนพร้อมนายสุเทพและสำนวนการสอบสวนและความเห็นสมควรสั่งฟ้องในคดีดังกล่าวมาส่งฟ้องต่ออัยการ โดยตนและนายสุเทพได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งตนจะเตรียมยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการด้วย เนื่องจากคดีมีปัญหาทั้งขอเท็จจริงและข้อกฎหมาย ซึ่งข้อเท็จจริงนั้นมีปัญหาอยู่หลายอย่าง เช่น การสอบสวนมีความขัดแย้งกับที่ดีเอสไอเคยสอบสวนไว้ก่อนหน้านี้ ส่วนด้านข้อกฎหมายนั้นเห็นว่าทางดีเอสไอไม่มีอำนาจจากการสอบสวน เพราะคดีนี้เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งจะต้องส่งเรื่องให้กับทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. นอกจากนี้ตนยังได้ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และพนักงานสอบดีเอสไอสวนรวม 4 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา ซึ่งศาลอาญาได้นัดไต่สวนมูลฟ้องช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้
     
       ขณะที่นายสุเทพกล่าวว่า ทางดีเอสไอได้นำสำนวนการสอบสวนพร้อมความเห็นสมควรฟ้องส่งมอบให้อธิบดีอัยการคดีพิเศษ ซึ่งคดีนี้พวกตนได้ยื่นฟ้องนายธาริต เพราะว่าดีเอสไอไม่มีอำนาจตามกฎหมาย หลังจากนี้ตนก็จะปรึกษากับทีมกฎหมายเพื่อสู้คดีต่อไป
     
       ด้านนายวินัย ดำรงค์มงคลกุล อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ในวันนี้ทางพนักงานสอบสวนดีเอสไอได้นำสำนวนการสอบสวนพร้อมตัวผู้ต้องหาทั้งสองมาส่งให้อัยการพิจารณาสั่งคดี จากกรณีเหตุการณ์ความไม่สงบในช่วงเดือน เม.ย.- พ.ค. 2553 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก โดยสำนวนที่ดีเอสไอสรุปความเห็นสมควรสั่งฟ้องต่ออัยการนั้น ทางดีเอสไอได้ตั้งข้อหาร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล จากกรณีการเสียชีวิตของนายพัน คำกอง อายุ 43 ปี และ ด.ช.คุณากร ศรีสุวรรณ หรือน้องอีซา อายุ 14 ปี และข้อหาพยายามฆ่า จากกรณีผู้ได้รับบาดเจ็บคือนายสมร ไหมทอง คนขับรถตู้ ทั้งนี้เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีสำคัญตนจึงได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาจำนวน 5 ท่าน ซึ่งเป็นอัยการฝ่ายคดีพิเศษ โดยมีตนเป็นหัวหน้าคณะ และตนยืนยันว่าจะพิจารณาสั่งคดีไปตามพยานหลักฐาน เที่ยงธรรมและเป็นกลาง ตามนโยบายของอัยการสูงสุด แต่ยอมรับว่าตนรู้สึกหนักใจบ้าง แต่ก็จะทำให้ดีที่สุด ไม่รู้สึกกดดันแต่อย่างใด และฝ่ายการเมืองก็ไม่ได้มากดดันอะไร ซึ่งการสั่งคดีจะต้องสามารถที่จะอธิบายเหตุผลได้ มีหลักฐานอ้างอิงสนับสนุนได้ แต่คงจะบังคับให้คนเชื่อทั้งหมดไม่ได้
     
       อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษกล่าวต่อว่า คาดว่าจะใช้ระยะเวลาพิจารณาสำนวนคดี ประมาณ 2 เดือน โดยจะดูเอกสารสำนวนคดีทั้งหมดอย่างละเอียด รวมทั้งหากผู้ต้องหายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมตนก็จะนำมาพิจารณาด้วย ยืนยันว่าจะทำให้รวดเร็วที่สุดเพราะเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ โดยจะนัดผู้ต้องหามาฟังคำสั่งคดีอักครั้งในวันที่ 26 ส.ค.นี้ แต่หากยังพิจารณาสำนวนคดีไม่เสร็จก็อาจจะเลื่อนการสั่งคดีออกไปอีกครั้ง ทั้งนี้หากดีเอสไอจะส่งสำนวนต่ออัยการคดีการเสียชีวิตของบุคคลอื่นเนื่องจากมีประมาณ 90 ศพด้วยหรือไม่นั้น ขณะนี้ทางอัยการยังคงต้องรอพิจารณาสำนวนคดีนี้ก่อน ส่วนหากดีเอสไอจะมีการยื่นสำนวนอื่นเพิ่มเติม ทางอัยการก็จะพิจารณาอีกครั้ง

      
      
   
     
     
[Continue reading...]
 
Copyright © . Yak Ratchaprasong - Posts · Comments
Theme Template by BTDesigner · Powered by Blogger