อ.สถิตย์ ไพเราะ อดีตรองประธานศาลกีฎา ได้วิพากษ์ วิจารณ์ ถึงความเข้าใจผิด ๆ ของ "ศาลในพระปรมาภิไธย " ที่ทำให้ผู้พิพากษาจำนวนมากมีทัศนคติว่า ตนเองเป็นข้าราชการฝ่ายพิเศษ
ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยใช้อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร โดยประธานรัฐสภา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ แต่อำนาจตุลาการต้องพิพากษาคดีปีละนับล้าน ศาลต้องออกคำสั่งเพื่อให้เกิดความยุติธรรมโดยเร็ว ในทางปฏิบัติไม่สามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ รัฐธรรมนูญจึงกำหนดให้ฝ่ายตุลาการใช้อำนาจเสมือนทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว
ในช่วงหนึ่ง อ.สถิตย์ ไพเราะ ได้กล่าวไว้ว่า "ไม่มีกฏหมายใด ที่ห้ามไม่ให้ วิพากษ์ วิจารณ์ คำตัดสินของศาล"
คลิกดูคลิป ศาลในพระปรมาภิไธย ตอน 1+2
ที่มา: วอยส์ทีวี
หมายเหตุ คลิกดูบทความเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์ศาล
[Continue reading...]
ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยใช้อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร โดยประธานรัฐสภา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ แต่อำนาจตุลาการต้องพิพากษาคดีปีละนับล้าน ศาลต้องออกคำสั่งเพื่อให้เกิดความยุติธรรมโดยเร็ว ในทางปฏิบัติไม่สามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ รัฐธรรมนูญจึงกำหนดให้ฝ่ายตุลาการใช้อำนาจเสมือนทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว
ในช่วงหนึ่ง อ.สถิตย์ ไพเราะ ได้กล่าวไว้ว่า "ไม่มีกฏหมายใด ที่ห้ามไม่ให้ วิพากษ์ วิจารณ์ คำตัดสินของศาล"
คลิกดูคลิป ศาลในพระปรมาภิไธย ตอน 1+2
ที่มา: วอยส์ทีวี
หมายเหตุ คลิกดูบทความเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์ศาล
