Showing posts with label เฉลิม. Show all posts
Showing posts with label เฉลิม. Show all posts

Sunday, July 28, 2013

“บัญญัติ” เดือดเตรียมยื่นปปช.สอบ “เหลิม-ธาริต” ในกรณี "ยัดข้อกล่าวหา" พรุ่งนี้

- 0 comments
“บัญญัติ” เดือดเตรียมยกขบวน 15 ส.ส.ยื่นปปช.สอบ “เหลิม-ธาริต และพวก” หลังดีเอสไอไม่เลิกสอบปมบริจาคเงินเข้าปชป. แถมยัดให้เป็นผู้ต้องหา เรียก “ชวน-แกนนำพรรค” สอบปากคำ “วัชระ”ซัดยกเมฆ หวังผลทางการเมือง จ้องสอยแกนนำปชป. พ้นเก้าอี้ส.ส. หากถูกควบคุมโดยหมายศาล
เมื่อวันที่ 28 ก.ค. นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 29 ก.ค. เวลา 13.00 น. นายบัญญัติ บรรทัดฐาน รองประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ได้นัดส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคจำนวน 15 คน พบกันที่ทำการพรรค เพื่อเดินทางไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจรติแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่สนามบินน้ำให้สอบสวน กรณีการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ของคณะกรรมการสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ประกอบด้วย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะที่เป็นประธานกรรมการดีเอสไอ ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี นายธาริต  เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เป็นเลขานุการคณะกรรมการ ที่ร่วมกันมีมติให้นำกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว. สรรหา ร้องเรียนกรณีการบริจาคเงินเข้าพรรคประชาธิปัตย์ ของส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ว่ามีความผิดตามพ.ร.บ.พรรคการเมือง แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีมติชัดเจนแล้วว่า ไม่มีความผิดตามพ.ร.บ.พรรคการเมือง

นายวัชระ กล่าวอีกว่า แม้ว่ากกต.จะมีมติดังกล่าวแล้ว แต่ปรากฏว่า ดีเอสไอยังไม่หยุดดำเนินคดีดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 26 ก.ค. ที่ผ่านมา พล.ต.อ.นิรันดร์  อดุลยาศักดิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ หัวหน้าพนักงานสอบสวน ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาประกอบด้วยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค นายบัญญัติ และสส.บัญชีรายชื่อ 15 คน ให้ไปพบเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ วันที่ 31 ก.ค. ซึ่งหากถ้าไม่ไปพบก็จะขอหมายศาลเพื่อดำเนินการต่อไป

นายวัชระกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ นายบัญญัติ ได้ทำหนังสือโต้แย้งสิทธิ์กลับไปยังคณะกรรมการดีเอสไอ เพื่อยืนยันว่าการพิจารณาเรื่องนี้ไม่ถูกต้องด้วยกฎหมาย ซึ่งอยู่ระหว่างรอพิจารณา แต่กลับมีการเร่งออกหมายเรียกออกมาเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงเจตนาว่ามีนัยยะซ่อนเร้น หวังผลทางการเมืองบางอย่างชัดเจน เพราะถ้าศาลออกหมายจับ และส.ส.ทั้ง 15 คนถูกควบคุมโดยหมายศาลก็จะสิ้นสภาพ ตามข้อบังคับพรรคข้อ9 (5) ที่ระบุว่าต้องไม่เป็นบุคคลต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาล หรือโดยค่ำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งตนคิดว่าเขาอาศัยช่องทางนี้เพื่อทำให้ส.ส.ทั้ง15 คนต้องหมดสภาพไป และการที่นายธาริตให้สัมภาษณ์ว่าจะไม่มีการออกหมายจับนั้น เมื่อมาถึงวันนี้ก็ชัดเจนแล้วว่าสิ่งที่พูดนั้นเป็นความเท็จ เพราะลูกน้องกำลังดำเนินการเพื่อขอหมายจับจากศาลอาญา

“ขอยืนยันว่าพวกเราไม่ไปให้ปากคำกับดีเอสไอแน่นอน เพราะผู้รับผิดชอบตามกฎหมายพรรคการเมืองคือกกต. ก็แถลงชัดว่าการกระทำดังกล่าวของส.ส.ประชาธิปัตย์ ไม่มีความผิดตามพ.ร.บ.พรรคการเมือง แล้วดีเอสไอ.จะ ยกเมฆกล่าวหาว่ามีความผิดตามพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษได้อย่างไร และผมมั่นใจว่าศาลท่านคงจะให้ความยุติธรรมกับเรา เพราะได้อภิปรายเรื่องนี้ให้ผู้แทนสำนักงานศาลยุติธรรมได้รับทราบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ไว้ส่วนหนึ่งแล้ว ในที่ประชุมกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณ และในวันที่ 29 ก.ค. เวลา 09 .30 น. คณะอนุกรรมาธิการพัฒนาการเมืองและการสื่อสารมวลชน สภาผู้แทนราษฎร จะมีการเรียก นายอรรคพล ใหญ่สว่าง รองอัยการสูงสุด พล.ต.อ.นิรันดร์  และพวกมาสอบถามข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ด้วย”นายวัชระ กล่าว.
[Continue reading...]

Saturday, July 20, 2013

จดหมายเปิดผนึกจาก "นายชู อยู่ยาก" ถึง "สารวัตรเหลิม อยู่สบาย" สน.ประเทศไทย

- 0 comments
ภาพจากเฟส ชูวิทย์ I'm No.5

("แรงบันดาลใจ" จากจดหมายของ นายเข้ม เย็นยิ่ง ถึงนายทำนุ เกียรติก้อง ผู้ใหญ่บ้านไทยเจริญ)

เรียน สารวัตรเหลิม ที่เคารพ (แต่ไม่ใคร่นับถือเสียเท่าไหร่)

ผมตั้งใจเขียน "จดหมาย" ถึง "สารวัตร" ทันที ที่หลุดออกจากตำแหน่ง "สน.ประเทศไทย" ผมเห็นข่าวที่สารวัตร "ฟิวส์ขาด" ฟาดงวงฟาดงาใส่ "หมวดวี" ว่าไปฟ้อง "นายใหญ่" เรื่องเปิดบ่อน จนทำให้สารวัตรออกอาการ "แฉ" โรงพักตัวเอง ว่ามีเรื่อง "ทุจริต" ซ้ำยัง "สาบานสาปแช่ง" ให้ฉิบหาย 7 ชั่วโครต

การที่สารวัตร "เจ็บช้ำน้ำใจ" ถูกย้ายจากฝ่าย "ปราบปราม" ไปเป็นฝ่าย "ธุรการ" คุม "แรงงานต่างด้าว" ถือเป็น "ธรรมชาติการเมือง" จะไป "ตี อก ชก ตัวเอง" แล้วโทษ "หมวดวี" คนเดียวคงไม่ถูก เพราะสารวัตรเติบโตมาจาก "ชั้นประทวน" ไม่ได้จบ "โรงเรียนนายร้อย" จึงไม่มี "รุ่นพี่รุ่นน้อง" ถึงแม้ที่ผ่านมา สารวัตรจะ "ออกหน้าออกตา" เอาใจ "นายใหญ่" แต่เมื่อ "สถานการณ์เปลี่ยน" หากยังคงให้รับผิดชอบต่อไป จะเสียการในภายภาคหน้า "นายใหญ่" จึงลดชั้นสารวัตร เพราะ ไม่มีผลงาน

สารวัตรท่านอื่นถูกย้าย "ก้มหน้าก้มตา" เก็บของ ลุกออกจากตำแหน่ง บอกว่า "ไม่แปลกใจ" หรือไม่ บอกว่าเป็น "เรื่องปกติ" เชื่อว่า "งานไม่สะดุด" บางคนยันว่า "ไม่เสียใจ" ในเมื่อตัวสารวัตรเองบอก "ไม่ยึดติด ไม่น้อยใจ" แล้วทำไมถึงไป "เผา" บ้านตัวเองแบบนั้น 

ผมรู้จัก "หมวดวี" มีคุณสมบัติเป็น "ตำรวจ" ทุกกระเบียดนิ้ว "อ่อนนอกแข็งใน" คล่องแคล่ว นุ่มนวล เรื่องงานไม่เกี่ยง "หนักเอาเบาสู้" สารวัตรเป็นตำรวจเหมือนกัน น่าจะเข้าใจ "หมวดวี" ดี ไม่น่าไปให้ร้ายเขา ควรยอมรับ "หน้าชื่นอกตรม" ไม่ใช่ "โฉ่งฉ่าง โวยวาย" ให้ข่าวยาวยืด ด่าคนอื่น สาปแช่ง (อีกตามเคย) แถมของขึ้น ยกตัวเองว่า ทางการเมือง มี "ลุงหมัก" กับ ตัวเองเท่านั้น ที่ไม่มีใครกล้า "ชน" ผมว่าไม่ใช่ เพราะมีคนพร้อมจะชนอีกมาก เพียงแต่รอตอนสารวัตรไม่มี "อำนาจรัฐ" โดยเฉพาะ สหายเก่าแถบ "เตาปูน" เขารอ "สวน" อยู่

นี่เป็นเพราะ สารวัตรเป็นคนเคยตัว "ลงทุนน้อย หวังกำไรมาก" สองปีที่ผ่านมา ในท้องที่มีปัญหามากมาย อาชญากรรม ลัก จี้ ชิง ปล้น สถานอบายมุข บ่อนการพนัน แพร่กระจายเพิ่มขึ้น ประชาชนมีความรู้สึก "เอือมระอา" ล่าสุด จ่า "จ." เพิ่งอนุญาตเปิดบ่อนใหม่ "ย่านพระราม 3” สร้างความไม่พอใจให้ชาวบ้านแถบนั้นเป็นอย่างยิ่ง

บัดนี้ อนิจจา ผ่านไปสองปี "โครงการโรงพัก" สร้างได้เพียง "ตอม่อ" ผู้รับเหมาหนี หาคนรับผิดชอบไม่ได้ ปล่อยให้ลูกน้องของท่าน ทำงานลำบากแสนเข็ญ ที่ทำงานไม่มี ต้องมาตั้ง "ด่านรีดไถ" กันอยู่กลางถนน เป็นที่อับอายปวงประชา ล้วนเกิดขึ้นในช่วงที่สารวัตรรับผิดชอบทั้งสิ้น

ผมได้พิจารณาใคร่ครวญแล้ว เมื่อมี "อนุสนธิแห่งการเปลี่ยนแปลง" สารวัตรหลุดออกจากตำแหน่ง คงมีการเปลี่ยนแปลงจาก "ร้ายกลายเป็นดี" รวมถึงเรื่อง "ความไม่สงบ" ตามชายแดนหมู่บ้านด้านใต้ของเรา คงจะดีขึ้น เพราะช่วงที่สารวัตรดำรงตำแหน่ง ไม่ได้ลงไปดูแล เอาแต่ "โม้" ต่อจากนี้ไป ประชาชนในท้องที่ สน.ประเทศไทย จะได้ "หลับตานอน" อย่างมีความสุข เมื่อตำรวจได้ทำหน้าที่สมกับเป็น "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" อย่างแท้จริง

อีกประการหนึ่งที่ผมเห็นว่าสำคัญมากคือ "อายุ" ของสารวัตร ตอนนี้ปาเข้าไป 66 ปีแล้ว ผมเองก็ใกล้จะ 60 เข้าไปทุกที ต่างก็จะ "ลาโลก" กันไปในไม่ช้า ทิ้ง สน.ประเทศไทย ไว้ให้ลูกหลาน แม้ว่าที่ผ่านมา ผมได้ "ขัดแย้ง" กับสารวัตรในหลายเรื่อง เพียงเพราะผมหวังจะให้มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในหมู่ตำรวจ ไม่ใช่หลับตาชื่นชม เอาใจลูกน้องเฉพาะที่เคลียเคล้าใกล้ชิด เฝ้า "บ้านริมคลอง" อันโอ่อ่า ตั้งแต่เช้ายันค่ำ 

ด้วยเหตุผลนานาประการ ที่ผมได้เรียนมาข้างต้น ประกอบกับความรักเคารพในตัวสารวัตร ผมขอให้สารวัตร "เพลาๆ" เรื่องของมึนเมา พวก "ไวน์" ลงบ้าง จะได้ไม่หน้าแดง ทะเลาะเบาะแว้งเที่ยวกัดไปทั่ว มันเสียหายต่อส่วนรวม ขอให้ "ทำใจ" สวดมนต์ภาวนาก่อนนอน เอาธรรมะเข้าข่มจิตใจ อายุปูนนี้แล้ว รู้ว่าที่ "บ้านใหญ่" ญาติเยอะ คงไม่ต้องเลี้ยงหลานเอง แต่ถ้าทำให้จิตใจสบายก็ทำไปเถอะ

ตั้งแต่นี้ต่อไป คนใหม่ฉายา "อินทรีย์อีสาน" ที่เคยเป็นตำรวจเก่าเช่นกัน จะมารับผิดชอบแทนสารวัตร หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คงจะทำงานได้ดีกว่านี้ เพราะคงไม่มีอะไร "แย่" ไปกว่าช่วงที่สารวัตรอยู่อีกแล้ว

ด้วยความเคารพ แต่ไม่นับถือ

ชู อยู่ยาก


ที่มา: เฟส  ชูวิทย์ I'm No.5
[Continue reading...]

Tuesday, July 2, 2013

เมื่อ"เฉลิม" เขย่า "ปู5"

- 0 comments
ไปทะเลเจอฉลาม มาสภาเจอเฉลิม  นั่นคือคำขวัญที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง มักใช้เกริ่นนำ เวลาอภิปรายในสภา หรือขึ้นเวทีไฮด์ปาร์ก
  
ปรับครม.ครั้งหลังสุด ร.ต.อ.เฉลิม หลุดจากตำแหน่งรองนายกฯไปนั่งรมว.แรงงาน คำว่า"ลดชั้น"หรือ"ลดเกรด" จึงเกิดขึ้น
   
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่ไม่ปิดบังปฏิกิริยาและความไม่พอใจ ไม่ว่าจะเป็นอาการ"น็อตหลุด"ไล่ถล่มพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ผอ.ศอ.บต. เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
 
หรืออาการ"งอน"ไม่เข้าร่วมถ่ายรูปกับรัฐมนตรีที่ได้รับการแต่งตั้ง-ปรับย้ายใหม่ที่ทำเนียบรัฐบาล
  
มาจนถึงการไม่เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งแรกหลังการปรับครม. เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
 
อาการ"ปิดไม่มิด"ของร.ต.อ.เฉลิม สะท้อนให้เห็นถึงความอาลัยอาวรณ์ในตำแหน่งและความรับผิดชอบที่รับผิดชอบอยู่เดิม
 
โดยเฉพาะการควบคุมกำกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผบ.ตร.ซ้อนผบ.ตร.อีกชั้น
  
ไปจนถึงการรับผิดชอบงานด้านความมั่นคง ที่ครอบคลุมการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้-ที่ว่ากันว่าเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดในการปรับเปลี่ยนตำแหน่งของร.ต.อ.เฉลิม ในครั้งนี้ด้วย
 
เพราะรับรู้กันอยู่ว่า คนที่"เดิน"เรื่องนี้อย่างเอาจริงเอาจังที่สุดคนหนึ่ง ก็คือ"คนอยู่แดนไกล" ซึ่งนำร่องเจรจาทั้งกับตัวแทนกลุ่มเคลื่อนไหวในชายแดนภาคใต้ และผู้นำรัฐบาลมาเลเซียมาแล้วหลายรอบ
 
และเป็นหนึ่งในตัวตั้งตัวตีของแนวทาง"การเมืองนำการทหาร-การเจรจานำหน้าการรบ"
 
หลัง"สารภาพบาป"ว่าด้วยกำปั้นเหล็ก-ถุงมือกำมะหยี่เมื่อ 2 ปีก่อน
 
เพราะเชื่อมั่นว่าการเจรจาเป็นหนทางการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน เพราะลงทุนนำร่อง-เบิกทางด้วยตัวเองมาแล้วหลายครั้ง
 
ฉะนั้น อะไรก็ตามที่จะทำให้นโยบายที่กำหนดไว้ปัดเป๋ออกจากแนวทาง ก็จะต้องได้รับการ"สะสาง" เพื่อให้หนทางของการทำงานข้างหน้าสะดวกราบรื่นยิ่งขึ้น
 
ไม่อย่างนั้นคงไม่มาเป็น"แพคเกจ"ทั้งการเปลี่ยนแปลงรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกลาโหมแบบรวดเดียว
 
งานนี้ไม่ต้องให้ใครฟ้อง คนทางไกลส่องกล้องเอกซ์เรย์ทุกตารางนิ้วอยู่แล้ว
 
ไม่รู้ที่โวยๆงอนๆอยู่นี่ ตั้งใจจะสะท้อนไปให้ไกลถึงหูใครบางคนหรือเปล่า




[Continue reading...]
 
Copyright © . Yak Ratchaprasong - Posts · Comments
Theme Template by BTDesigner · Powered by Blogger