วันที่ 22 กรกฎาคม นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว.สรรหา กล่าวว่า วันที่ 24 กรกฎาคม จะใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 62 ยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอทราบมาตรฐานการปฏิบัติงานโดยเปรียบเทียบกรณีที่ตนเคยร้องขอให้ตรวจสอบน.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม.เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 กรณีกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของ ส.ว.และกรรมาธิการ ข้อ 9 คือวางตัวไม่เป็นกลางทางการเมือง และข้อ 17 คือให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนอย่างไม่ครบถ้วน และวิจารณ์ในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือไม่ โดยสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินออกใบรับคำร้องเรียน เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555 ขณะนี้ก็ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ แต่ประมาณต้นเดือนกรกฎาคม ปรากฏข่าวของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เรื่องการตรวจสอบจริยธรรมของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ที่ถูกร้องเรียนเรื่องจริยธรรม กรณีเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2555 ซึ่งห่างกันเกือบ 8 เดือน แต่กลับมีการแถลงข่าวกรณีพล.ต.ท.คำรณวิทย์ก่อน แต่เรื่องที่ตนร้องสอบจริยธรรมน.ส.รสนา เงียบหายไป ทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยเกี่ยวกับมาตรฐานการปฏิบัติงานของผู้ตรวจการแผ่นดินรวมทั้งสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ว่ามีการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมอย่างทั่วถึงเท่าเทียมกันหรือไม่ จึงขอทราบว่ามาตรฐานการปฏิบัติงานเป็นเช่นไร มีการคำนึงถึงสถานการณ์บ้านเมืองที่เป็นอยู่ในปัจจุบันด้วยหรือไม่
Home » Posts filed under เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ
Showing posts with label เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ. Show all posts
Showing posts with label เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ. Show all posts
Monday, July 22, 2013
"เรืองไกร" ถามหามาตรฐานการทำงานผู้ตรวจฯ หลังร้องสอบจริยธรรม "ส.ว.รสนา" เงียบ
วันที่ 22 กรกฎาคม นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว.สรรหา กล่าวว่า วันที่ 24 กรกฎาคม จะใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 62 ยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอทราบมาตรฐานการปฏิบัติงานโดยเปรียบเทียบกรณีที่ตนเคยร้องขอให้ตรวจสอบน.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม.เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 กรณีกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของ ส.ว.และกรรมาธิการ ข้อ 9 คือวางตัวไม่เป็นกลางทางการเมือง และข้อ 17 คือให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนอย่างไม่ครบถ้วน และวิจารณ์ในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือไม่ โดยสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินออกใบรับคำร้องเรียน เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555 ขณะนี้ก็ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ แต่ประมาณต้นเดือนกรกฎาคม ปรากฏข่าวของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เรื่องการตรวจสอบจริยธรรมของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ที่ถูกร้องเรียนเรื่องจริยธรรม กรณีเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2555 ซึ่งห่างกันเกือบ 8 เดือน แต่กลับมีการแถลงข่าวกรณีพล.ต.ท.คำรณวิทย์ก่อน แต่เรื่องที่ตนร้องสอบจริยธรรมน.ส.รสนา เงียบหายไป ทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยเกี่ยวกับมาตรฐานการปฏิบัติงานของผู้ตรวจการแผ่นดินรวมทั้งสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ว่ามีการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมอย่างทั่วถึงเท่าเทียมกันหรือไม่ จึงขอทราบว่ามาตรฐานการปฏิบัติงานเป็นเช่นไร มีการคำนึงถึงสถานการณ์บ้านเมืองที่เป็นอยู่ในปัจจุบันด้วยหรือไม่
Saturday, July 20, 2013
"เรืองไกร" ขู่ DSI ถอนคดีบริจาค ปชป.เจอ ม.157แน่!! ท้า "บัญญัติ"ฟ้องตรงต่อศาลยุติธรรม
"เรืองไกร"เดินหน้าลุยฮึ่ม"ดีเอสไอ"ถอนคดีบริจาคเงินเข้า ปชป.เจอ ม.157 แน่ขู่เอาผิดถึงนายกฯ ในฐานะ ปธ.คดีพิเศษ ท้า"บัญญัติ"ฟ้องตรงต่อศาลยุติธรรม
เมื่อวันที่ 20 ก.ค.นายเรือง ไกรลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ในฐานะเป็นผู้ยื่นเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ ) ตรวจสอบการบริจาคเงินเข้าพรรคของ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่ากระบวนการตรวจสอบของดีเอสไอ ยังต้องเดินต่อไปไม่สามารถยุติคดีได้ เพราะตอนนี้มีการแยกสำนวนคดีเป็นรายบุคคล และมีการสอบปากคำไปพอสมควรแล้ว ทราบว่าเหลือการสอบปากคำ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ประมาณ 10 คนเท่านั้น ถึงแม้นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ 1 ในผู้ถูกกล่าวหา ขู่จะยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป. ช.) สอบสวนเอาผิดนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ หากไม่ยอมถอนออกจากคดีพิเศษก็ตาม ซึ่งคงเป็นการแก้เกี้ยวโดยไปอ้างความเห็น ของนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ทั้งที่ตนไม่เคยยื่นฟ้องต่อ กกต.เลย
เมื่อถามว่านายธาริต ระบุจะนำคำวินิจฉัยของ กกต.ไปประกอบการพิจารณา
นายเรืองไกร กล่าวว่า นำมาประกอบการพิจารณาได้ ไม่มีผลกระทบกับการพิจารณาคดี
เพราะถึงอย่างไรก็ถอนออกจากคดีพิเศษไม่ได้ ขอท้านายบัญญัติหรือ
ส.ส.ที่ถูกกล่าวหาถ้าแน่จริงขอให้ยื่นร้องโดยตรงต่อศาลยุติธรรม
ในฐานะผู้เสียหายโดยตรงจะได้รู้กันว่าคดีนี้จะเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม
หากดีเอสไอยุติการสอบสวนหรือยอมถอนออกจากคดีพิเศษ
ตนจะยื่นเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
แน่นอนขอเตือนนายธาริตว่าหากเดินหน้าต่อยังมีกฎหมายรองรับไว้โต้แย้งกับพรรคประชาธิปัตย์
แต่ถ้ายอมถอนมีความผิดแน่
และจะเดือดร้อนไปถึงประธานคณะกรรมการคดีพิเศษซึ่งก็คือนายกรัฐมนตรี.
Saturday, July 6, 2013
เรืองไกร ยื่นปธ.วุฒิสอบ "กล้าณรงค์" หลังจากภรรยาจ่ายเช็คไม่ลงวันที่ ฝ่าฝืนม.41จันทร์นี้
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เตรียมยื่นเรื่องต่อประธานวุฒิสภาตรวจสอบนายกล้านรงค์ จันทิก ยื่นบัญชีทรัพย์สินถูกต้องหรือไม่ หลังภรรยาจ่ายเช็คไม่ลงวันที่ เนื่องจากเข้าข่ายฝ่าฝืน มาตรา 41 ในวันที่ 8 ก.ค.นี้
วันนี้ (6 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ในวันที่ 8 ก.ค.นี้ จะใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 62 ยื่นเรื่องต่อ นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ขอให้ตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริงของบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ นายกล้าณรงค์ จันทิก กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 35 วรรคสาม ว่ามีการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินโดยฝ่าฝืนมาตรา 41 ประกอบมาตรา 119 หรือไม่ สืบเนื่องมาจากมีผู้กล่าวหาว่า ภรรยาของนายกล้าณรงค์ได้จ่ายเช็คไม่ลงวันที่ เป็นจำนวน 1.9 ล้านบาท และยังไม่ชำระหนี้ตามเช็คดังกล่าว โดยที่นายกล้านรงค์ระบุเองว่า ภรรยาได้เซ็นเช็คเปล่าทิ้งไว้ แต่ต่อมามีการเขียนหลังเช็คว่า นำไปประกันหนี้ จึงมีประเด็นที่ควรตรวจสอบในส่วนของวุฒิสภาว่า เช็คจำนวน 1.9 ล้านบาท ได้รวมไว้ในการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนายกล้าณรงค์ เมื่อคราวเข้ารับตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. อย่างถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ หากไม่ได้ยื่นไว้ จะเป็นการกระทำที่เป็นความผิดอันเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 41 ประกอบมาตรา 119 หรือไม่
ที่มา: Tnewsonline
[Continue reading...]
วันนี้ (6 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ในวันที่ 8 ก.ค.นี้ จะใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 62 ยื่นเรื่องต่อ นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ขอให้ตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริงของบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ นายกล้าณรงค์ จันทิก กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 35 วรรคสาม ว่ามีการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินโดยฝ่าฝืนมาตรา 41 ประกอบมาตรา 119 หรือไม่ สืบเนื่องมาจากมีผู้กล่าวหาว่า ภรรยาของนายกล้าณรงค์ได้จ่ายเช็คไม่ลงวันที่ เป็นจำนวน 1.9 ล้านบาท และยังไม่ชำระหนี้ตามเช็คดังกล่าว โดยที่นายกล้านรงค์ระบุเองว่า ภรรยาได้เซ็นเช็คเปล่าทิ้งไว้ แต่ต่อมามีการเขียนหลังเช็คว่า นำไปประกันหนี้ จึงมีประเด็นที่ควรตรวจสอบในส่วนของวุฒิสภาว่า เช็คจำนวน 1.9 ล้านบาท ได้รวมไว้ในการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนายกล้าณรงค์ เมื่อคราวเข้ารับตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. อย่างถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ หากไม่ได้ยื่นไว้ จะเป็นการกระทำที่เป็นความผิดอันเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 41 ประกอบมาตรา 119 หรือไม่
ที่มา: Tnewsonline
Subscribe to:
Posts (Atom)


