Showing posts with label 2ล้านล้าน. Show all posts
Showing posts with label 2ล้านล้าน. Show all posts

Wednesday, May 28, 2014

คสช. ทบทวนแผนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้าน ย้ำเน้นประโยชน์ของประเทศ

- 0 comments
พล อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผอ.ทอ. รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยหลังประชุมรับทราบนโยบายผู้บริหารหน่วยงานช้าราชการ และรัฐวิสาหกิจกระทรวงคมนาคมว่า จะนำโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศ ทั้งระบบน้ำ ราง ถนน อากาศ และรถไฟความเร็วสูง ซึ่งอยู่ในโครงการ 2 ล้านล้านบาท นำไปเสนอให้ประธาน คสช. เพื่อทบทวนจัดทำแผนแม่บทพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้เสร็จภายใน 2 สัปดาห์  
“โครงการโครงสร้างพื้นฐานทุกด้าน คสช.จะให้ความสำคัญและเดินหน้าต่อในทุกระบบเพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อกันได้ โดยโครงการไหนหากทำก่อนก็จะเริ่มก่อนเพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญแต่ต้องมาดูรายละเอียด ข้อขัดข้องว่ามีอุปสรรคใดบ้าง เช่น งบประมาณ กระบวนการพิจารณา กฎหมาย ที่ดิน ปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเข้าไปดูว่าตรงไหนต้องปรับปรุง ถ้าโครงการไหนพร้อมก็จะเดินหน้าได้ทันที แต่ถ้าใช้งบประมาณมาก เราจะนำมาปัดฝุ่นเพื่อให้ระบบคมนาคมเดินหน้าได้สมบูรณ์”
ทั้งนี้โครงการขยายสนามบินสุวรรณภูมิให้รอบรับผู้โดยสาร 60 ล้านคน และสนามบินดอนเมืองเป็น 30 ล้านคนคาดจะเดินหน้าต่อได้ ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูง เป็นโครงการที่ให้ความสนใจโดยพิจารณาว่าเส้นทางใดทั้งกรุงเทพ-เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ-หนองคาย เพื่อดูว่าโครงการใดขัดข้องบ้าง ซึ่งจะใช้เวลาศึกษาและน่าจะดำเนินการต่อได้หากสามารถแก้ไขอุปสรรคด้านต่างๆ ด้าน
พล อ.อ.ประจิน กล่าวว่า การจัดทำงบประมาณยืนยันว่าจะใช้ได้ทันตามกำหนดแน่นอน ทั้งงบประมาณปี 57 จะเร่งรัดการเบิกจ่ายให้งบที่ค้างอยู่เดินได้ไปตามเป้าหมาย รวมถึงเร่งรัดการทำงบประมาณปี 58 ที่ปีนี้ขอเพิ่มจากงบปี 57 ถึง 3 เท่า ให้เสร็จโดยเร็ว โดยจะพิจารณาตามความเหมาะสม เพื่อเบิกจ่ายใช้งบประมาณให้ทันวันที่ 1 ต.ค.57
จากเดลินิวส์ออนไลน์
[Continue reading...]

Tuesday, September 24, 2013

วิตกจริต หรืออิจฉา (มีคลิปวีดีโอ การเพิ่มมูลค่าของเงินในการหมุนแต่ละรอบ)

- 0 comments

คลิก ดูคลิปวีดีโอ การเพิ่มของเงินในการหมุนแต่ละรอบ

ข้อเขียนต่อไปนี้ไม่ได้สนับสนุนการกู้ถ้าหากไม่ก่อให้เกิดประโยชน์

การลงทุนในกิจการต่าง ๆ ไม่ว่าจะก่อตั้งบริษัท เพื่อผลิตสินค้า รับเหมาก่อสร้าง ที่ดินหรือบ้านจัดสรร เป็นตัวแทน ร้านค้า ถ้าการลงทุนนั้น ๆ ต้องใช้เงินมาก แต่มีเงินไม่พอ จำเป็นที่จะต้อง กู้เงินเพื่อมาลงทุน

การกู้ย่อมต้องมีแนวทางที่จะคืนทุน ลงทุนไปแล้ว จะคืนทุนอย่างไร

ในระดับประเทศก็เช่นกัน การกู้เงินมาลงทุน  สิ่งที่เห็นก็คือ ภาระการจ่ายคืน

จะคืนอย่างไร

เงินจะได้มาจากไหน

โดยเฉพาะโครงการของรัฐ

การลงทุนในโครงการขนาดใหญ่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างหนึ่ง

ไม่ว่าจะเกิดการจ้างแรงงานเพิ่มขึ้น

การขายวัสดุก่อสร้าง

บริษัท ร้านค้าที่เกี่ยวข้อง มีงาน มีรายได่เพิ่มขึ้น

ยังไม่นับการใช้เงิน อีกรอบ ของคนงาน พนักงาน และตัวบริษัทฯเอง ในการไปจับจ่ายใช้สอยสินค้าอุปโภค บริโภค

ในการหมุนแต่ละรอบ จะเกิดมูลค่าในตัวเอง

ในการหมุนแต่ละรอบ ต้องจ่ายส่วนแบ่งให้กับรัฐบาล ในรูปแบบของภาษีต่าง ๆ

เมื่อโครงการเสร็จ การขนส่งคมนาคมที่รวดเร็ว การไปมาติดต่อก็สะดวกขึ้น การติดต่อ ค้าขาย ขนส่งสินค้า ก็สะดวกขึ้น  ทุกอย่างจะมีมูลค่าอยู่ในตัวเอง

ถ้ามองว่าการลงทุนต่างของรัฐเป็นการขาดทุน ที่ผ่านมาก็คงไม่ต้องลงทุนอะไรเลย

พอจะมีการลงทุน ก็วิตกว่าจะมีการทุจริต

การมองโดยเอาบรรทัดฐานของตัวเองเป็นหลัก

เพราะตัวเอง พรรคพวกตัวเองเคยกระทำเช่นนั้น

ตัวเองเคยโกง เคยทุจริต ก็คิดว่าคนอื่นคงจะทำเหมือนกัน

การวิตกว่าคนอื่นโกงแน่ ๆ

หรืออิจฉาว่า คนที่ทำน่าจะเป็นตัวเองมากกว่า

คิดได้แค่นี้ประเทศจะเดินหน้าได้อย่างไร
[Continue reading...]

Friday, September 20, 2013

เงินกู้ 2 ล้านล้าน ผ่านฉลุย มติ 287 ต่อ 105 เดินหน้าโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม

- 1 comments
มติสภาฯ ผ่านฉลุยกฎหมายเดินหน้าโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม บรรยากาศในการอภิปรายเป็นไปอย่างราบรื่น มี ส.ส.ลุกขึ้นใช้สิทธิ์อภิปรายไม่มาก มาตราละ 1-2 คน และมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ไม่มีการประท้วง...

วันที่ 20 ก.ย. 56 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ (2 ล้านล้านบาท) ตั้งแต่เวลา 17.30 น. มีการพิจารณาตั้งแต่มาตรา 6 ถึง 19 ซึ่งบรรยากาศการอภิปรายใน เป็นไปอย่างราบรื่น มี ส.ส.ลุกขึ้น ใช้สิทธิ์อภิปรายจำนวนไม่มาก เพียงมาตราละ 1-2 คน และมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ไม่มีการประท้วง และแต่ละมาตรามีการลงมติเห็นด้วยตามกรรมาธิการเสียงข้างมาก และบางมาตราไม่มีผู้อภิปราย ก็ไม่มีการลงมติ คือ มาตรา 8 มาตรา 9 มาตรา 12มาตรา 13  มาตรา 15 และ มาตรา 19

แต่ในส่วนของมาตรา 18 ที่ประชุมลงมติเห็นด้วยตามกรรมาธิการให้มีการตัดออก นอกจากนี้ยังมีผู้แปรญัตติให้มีการเพิ่มมาตรา 20-21 แต่ที่ประชุมมีมติไม่เห็นด้วยกับผู้แปรญัตติ จากนั้นได้พิจารณาในบัญชีแนบท้ายต่อ และได้ลงมติเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก โดยก่อนการลงมตินายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมาธิการ ได้กล่าวขอบคุณ พร้อมยืนยันว่าจะดูแลเงินกู้อย่างโปร่งใส กระทั้งเวลา 23.20 น.ที่ประชุมมีการลงมติในวาระ 3 โดยที่ประชุมเห็นด้วยตามกรรมาธิการฯ เสียงข้างมาก 287 ต่อ 105 และนายวิสุทธิ์ ไชยนรุณ ประธานในที่ประชุมได้สั่งปิดการประชุมในเวลา 23.25 น.
[Continue reading...]
 
Copyright © . Yak Ratchaprasong - Posts · Comments
Theme Template by BTDesigner · Powered by Blogger